วันพฤหัสบดี, 3 กันยายน 2569

คุยกับ… ดร.ปรีชา

03 ก.ย. 2026
3

 

  1. ประเภทและชนิดต่างๆ ของตุงที่ได้จากการศึกษา

ตุง ทุง และ จ้อ เป็นภาษาพื้นเมืองของทางภาคเหนือ หมายถึง ธงเหมือนกับภาคกลางโดยที่ตุงจะเป็นรูปสี่เหลี่ยมในขณะที่ จ้อ เป็นรูปสามเหลี่ยมเป็นชิ้น ซึ่งใช้แสดงความหมายอย่างใดอย่างหนึ่ง อาจจะมีลวดลายอยู่บนผืนผ้านั้นได้ มีขนาดต่างๆ กัน ซึ่งภาษาของชาวไทยใหญ่ ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เรียกตุงว่า ตำข่อน ส่วน ตะขุ่น นั้นเป็นภาษาพม่าใช้เรียกธงเช่นเดียวกัน จากการศึกษาและรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง พบว่า ตุง และจ้อมีทั้งหมด 39 ชนิด ซึ่งสามารถจำแนกตุงตามลักษณะการใช้งานมีอยู่ 3 ลักษณะคือ ตุงที่ใช้ ประกอบพิธีมงคล ตุงที่ใช้ประกอบพิธีอวมงคลโดยตุงแต่ละชนิดสามารถ จำแนกตามลักษณะการใช้งานได้ มีดังนี้

            2.1 ตุงที่ใช้ประกอบพิธีมงคล

ตุงที่ใช้ในงานพิธีมงคล เป็นตุงที่ใช้ประกอบพิธีที่เป็นมงคล การฉลองความดีงาม โดยที่ชาวล้านนาใช้ตุงในการประดับตกแต่งสถานที่ซึ่งมีงาน เทศกาลต่างๆ เช่น งานสมโภชฉลองถาวรวัตถุทางพระพุทธศาสนา เพื่อให้เกิด ความสวยงาม และยังใช้เป็นเครื่องหมายนำทางไปสู่บริเวณงานด้วย และยังใช้ตุง ในการประกอบพิธีทางศาสนา คือ ตุงที่ใช้ในการประกอบการเทศน์มหาชาติ นอกจากนี้ยังใช้ตุงเป็นเครื่องพุทธบูชาแก่พระสงฆ์ ด้วยชาวล้านนาถือว่าตุงที่ใช้ในงานมงคลก็ถือว่าเป็นสิ่งมงคลทั้งสิ้น ซึ่งตุงที่ใช้ประกอบพิธีมงคลมีดังนี้คือ

ตุงชัย ตุงไชย ทุงชัย

ตามตำนานความเชื่อที่เล่าไว้ในคัมภีร์ศาสนาเกี่ยวกับการถวายตุงของชาวล้านนากล่าวไว้ว่า เมื่อคนเราสิ้นชีวิตไปแล้ววิญญาณได้ตกไปอยู่ในนรกภูมิ ซึ่งถ้าคนผู้นั้นในสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่ แล้วได้ถวายตุงเพื่อถวายแด่พระพุทธเจ้า ซึ่งถ้าวิญญาณของเขาผู้นั้นตกไปสู่นรกภูมิด้วยกุศลผลบุญของเขา ซึ่งเมื่อยังมีชีวิตอยู่นั้นได้ทำบุญโดยการถวายตุงนั้นเมื่อตกอยู่ในนรกภูมิก็จะปรากฏหางตุง หย่อนลงมาเพื่อให้เขาเกาะเกี่ยวพาขึ้นสู่สวรรค์ได้ จึงได้มีการเล่าสืบต่อกันมา ทำให้ชาวล้านนามีความเชื่อในการถวายตุง โดยเกิดค่านิยมทำตามกันมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งถ้าชาวล้านนาคนใดนั้นในช่วงที่ตนยังมีชีวิตอยู่แล้วไม่ได้ถวายตุง ก็จะรู้สึกว่าตนเองยังขาดอะไรไปอย่างหนึ่งในการทำบุญ ซึ่งถ้าหากมีการถวายตุงแล้วก็จะทำให้รู้สึกว่าตนได้ทำบุญครั้งยิ่งใหญ่เพื่อส่งผลบุญต่อชาติหน้าแล้วและ จะทำให้มีความสุขใจ สบายใจ

ค่านิยมความเชื่อของการถวายตุงของชาวล้านนาจะคล้ายคลึงกับ ความเชื่อของคนภาคกลางที่ผู้ชายเมื่ออายุถึง 25 ปีบริบูรณ์ ก็จะให้บวชเป็นพระ โดยเชื่อว่าถ้าผู้ใดได้อุปสมบทบวชเป็นพระนั้น พ่อแม่และญาติพี่น้อง เพื่อนพ้อง ที่ร่วมงานอุปสมบทก็จะได้รับผลบุญนั้นด้วย โดยสามารถเกาะชายผ้าเหลือง ขึ้นสวรรค์ได้ ซึ่งจากค่านิยมความเชื่อที่กล่าวมา ทำให้เห็นว่า ชาวล้านนามี ความเชื่อทางพุทธศาสนา ที่เชื่อว่ามีนรก สวรรค์ และเมื่อทำบุญโดยเฉพาะ การถวายตุง เมื่อตนเองเสียชีวิตไปแล้วหรือจะอุทิศให้ผู้อื่นก็จะทำให้ตนเองหรือ ผู้ที่เราอุทิศส่วนกุศลให้ก็จะได้ขึ้นสวรรค์

ตุงชัยเป็นตุงที่ใช้ประกอบพิธีมงคลต่างๆ ซึ่งเมื่อถึงเทศกาลดังกล่าว ชาวล้านนาก็จะนำตุงชัยมาใช้ในงานต่างๆ โดยตุงชัยมีลักษณะการใช้งาน คือ ตุงชัยที่ใช้เป็นเครื่องถวายแก่พระพุทธเจ้า เพื่อเป็นการส่งผลบุญแก่ผู้ถวาย ในภายภาคหน้าหรือถวายตุงชัยเพื่ออุทิศส่วนกุศลผลบุญแก่ผู้อื่นทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่และที่เสียชีวิตไปแล้วก็ตาม เพื่อผู้ที่อุทิศให้นั้นจะได้รับผลบุญและได้ขึ้นสวรรค์ด้วย โดยการถวายตุงชัยเพื่ออุทิศแก่ผู้อื่นนั้น ส่วนใหญ่จะอุทิศแก่บรรพบุรุษ ของตนที่มีทั้ง ปู่ ย่า ตา ยาย บิดา มารดา ญาติพี่น้อง เป็นต้น คนที่มีชีวิตอยู่เพื่อ ส่งผลต่อไปชาติหน้า หรือคนที่เสียชีวิตไปแล้วก็จะทำให้พ้นจากความทุกข์ได้ไปเกิดในภพภูมิที่ดีมีสุขต่อไป ซึ่งเป็นการสื่อให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของชาวล้านนาภายในครอบครัวที่มีความเอื้ออาทร ความรัก ความเคารพและความกตัญญูกตเวทิตาต่อผู้มีพระคุณ โดยการถวายตุงชัยของชาวล้านนา เมื่อถึงเทศกาลต่าง ๆ ชาวล้านนาจะนำตุงไปถวายวัด ซึ่งเป็นความศรัทธาที่มีต่อศาสนาของชาวล้านนา เช่น วันสงกรานต์ (วันปีใหม่ของชาวล้านนา) วันเข้าพรรษา วันออกพรรษา เป็นต้น ก็จะมีผู้มาถวายตุงกันมากมายในวันสำคัญต่าง ๆ โดยตุงชัยที่ถวาย ส่วนหนึ่งมีความแข็งแรงคงทน เช่น ตุงชัยผ้าทอ ทางวัดก็จะเก็บไว้เพื่อจะนำไปใช้ในวันสำคัญของวัดต่อไป เช่น งานฉลองถาวรวัตถุของวัด งานปอยหลวง งานปอยน้อย เป็นต้น ก่อนที่จะถึงวันงาน ชาวบ้านก็จะนำเอาตุงชัยที่คนนำมาถวายแก่วัดนำมาปักบริเวณหน้าวัดหรือตามถนนที่มุ่งเข้าสู่วัด โดยจะปักตุงชัย ห่างกันประมาณ 8-10 เมตร เป็นแนวสองฟากถนนสู่บริเวณงาน เพื่อเป็น การบอกกับคนทั่วไปว่าวัดนั้นจะมีงานฉลองสมโภช หลังจากเสร็จงานก็จะนำกลับไปเก็บไว้เพื่อนำไปใช้ในงานสำคัญๆ ของวัดต่อไป การถวายตุงชัยจึงเป็นการถวายเพื่อเป็นเครื่องพุทธบูชา ให้ทางวัดได้ใช้ประโยชน์ต่อไป

จุดประสงค์ในการใช้ตุงชัยนั้น มิได้เป็นเพียงแต่การถวายเพื่อให้เกิดกุศลผลบุญเท่านั้น แต่ตุงชัยยังส่งผลต่อความภาคภูมิใจของชาวล้านนา ซึ่งในสมัยก่อนชาวล้านนาส่วนใหญ่ทำตุงชัยเพื่อนำไปถวายเอง ทำให้เกิดการสร้างงานศิลปะของท้องถิ่นขึ้นแต่ละท้องถิ่น ซึ่งบางท้องถิ่นก็จะมีการทำตุงที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นลวดลาย ขั้นตอนวิธีการทำตุง เป็นต้น ในปัจจุบันการทำตุงนั้นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถในการทำตุงชัยมีน้อยลง แต่บางพื้นที่ก็ยังคงรักษา เอกลักษณ์ของตนเองไว้ เช่น ตุงชัยของชาวไทยใหญ่ ตุงชัยของชาวไทลื้อ จากความสวยงามของตุงชัย ทำให้ปัจจุบันวัตถุประสงค์ของการใช้ตุงแตกต่าง จากสมัยก่อนเป็นอย่างมาก เพราะในบางแห่งใช้ตุงชัยร่วมขบวนแห่ในงานต่างๆ ด้วย และจากความสวยงามทำให้บางคนนำตุงชัยไปใช้ในการประดับอาคาร สถานที่ เพื่อให้เกิดความสวยงาม เช่น นำไปประดับบ้านเรือน ประดับร้านอาหาร หรือใช้ประดับสถานที่ที่ใช้เปิดพิธีงานต่างๆ เช่น พิธีเปิดอาคาร พิธีประกวด นางงาม ฯลฯ ซึ่งจากวัตถุประสงค์ในการใช้ตุงชัยนั้นมีมากมายและปรับเปลี่ยน วิธีการใช้ไปตามยุคสมัยจากเมื่อในอดีตเคยใช้เพื่อถวายแก่พระพุทธเจ้า ส่วนปัจจุบันใช้ประดับอาคารสถานที่นั่นย่อมแสดงให้เห็นว่า ความเชื่อของ ชาวล้านนาเกี่ยวกับตุงชัยนั้นคือ เป็นตุงแห่งชัยชนะ

เมื่อนำตุงชัยไปถวาย ผู้ที่ถวายก็จะได้รับกุศลผลบุญจากการถวายตุงและเมื่ออุทิศให้แก่ผู้อื่น ก็จะทำให้ผู้นั้นได้รับกุศลผลบุญ พบความสุขพ้นจาก ความทุกข์ทั้งปวงด้วย และเมื่อนำไปประดับตามงานพิธีต่างๆ ก็จะทำให้งานนั้นๆ ประสบความสำเร็จ นำไปประดับอาคารสถานที่ ก็จะทำให้สถานที่นั้นๆ มีแต่ความรุ่งเรืองเจริญงอกงามอีกทั้งยังเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ผู้อยู่อาศัยอยู่เย็นเป็นสุข ช่วยเสริมพลังบารมีให้มีแต่ความสำเร็จ จึงกล่าวได้ว่า ตุงชัย ถือได้ว่า เป็นสิ่งที่เป็นมงคลต่อชีวิต และหน้าที่การงาน