
เมื่อวันที่ 8 ส.ค. 67 เวลา 09.00 น. ณ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย จังหวัดเชียงราย นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการประจำปี เพื่อพัฒนาระบบบริการสุขภาพของชมรมโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป ประจำปีงบประมาณ 2567 เพื่อพัฒนาระบบบริการสุขภาพของชมรมโรงพยาบาลศูนย์ / โรงพยาบาลทั่วไป รวมทั้งส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขทุกสาขาวิชาชีพ ให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเผยแพร่ผลงานนวัตกรรม สู่เวทีสาธารณะอย่างสร้างสรรค์เพื่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยมีนางสุภาพรรณ หมั่นเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายแพทย์อนุกูล ไทยถานันดร์ ประธานชมรมโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป คณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข บุคลากรทางการแพทย์ วิทยากร และสมาชิกชมรมโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไปทั่วประเทศกว่า 2,252 คน เข้าร่วมการประชุม ระหว่างวันที่ 7 – 9 สิงหาคม 2567

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การพัฒนาและยกระดับประสิทธิภาพของกระทรวงสาธารณสุข ต้องทำควบคู่กันไปในทุกด้าน คน เงิน ของ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด อย่างไรก็ตามการพัฒนาบริหารจัดการด้านคน ถือเป็นงานยากและมีความสำคัญเพราะถือเป็นเป้าหมายหลักของกระทรวงสาธารณสุขที่มุ่งเน้นให้บุคลากรของกระทรวงสาธารณสุขทุกคน เป็นบุคลากรที่มีศักยภาพทักษะในการปฏิบัติงานด้านต่างๆ เรียนรู้ เข้าใจ พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในทุกสถานการณ์ ตลอดจนเป็นต้นแบบที่ดีด้านสุขภาพให้กับพี่น้องประชาชนภายใต้การปฏิบัติงานด้วยความสุข ซึ่งการพัฒนาเหล่านี้จะส่งผลให้องค์กรขับเคลื่อนไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในที่สุดผลประโยชน์จะตกไปอยู่กับสุขภาพของพี่น้องประชาชนของเราทุกคน

ภายในงาน มีการบรรยายวิชาการ เรื่อง Cyber Resilience and Future Trends in Digital Health โดย ดร.ปริญญา หอมเอนก การบรรยายเรื่อง สร้าง Health Content อย่างไรให้แมส รู้ทัน มิจฉาชีพ ฉุกคิดก่อนเงินสูญ โดยคุณนวพรรณ ไชยวรรณ์ อุทัยยศ ผู้อำนวยการส่วนข่าวและรายการภูมิภาค สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 เชียงใหม่ รวมถึงการเสวนาในหัวข้อ Malware มหาภัย!! หนทางรอดโรงพยาบาล โดยวิทยากรมากความรู้ความสามารถ ซึ่งเป็นการถ่ายทอดประสบการณ์เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้เรียนรู้และนำไปต่อยอดเป็นแนวทางแก้ไขและป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น และเตรียมตัวรับกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงในโลกปัจจุบัน พร้อมก้าวสู่ยุคสุขภาพดิจิทัลต่อไป

