
ฤดูฝนปีนี้เริ่มกันมาตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม ซึ่งช่วงต้นฤดูฝนนับกันตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายน ช่วงนี้เราก็รับมือกับฝนต้นฤดูไปพลางๆ จนกว่าจะถึงฝนกลางพรรษาซึ่งจะหนักขึ้น และไปแผ่วปลายหรือสิ้นสุดฤดูฝนก็เดือนตุลาคมโน่นแหละ !!
ฝนที่มาเยือนจะหนักบ้างเบาบ้าง ก็แล้วแต่พื้นที่นั้นๆ
และคนที่จับตาเฝ้าระวังฝนฟ้า ส่วนหนึ่งอาจไม่รู้สึกว่าจะมีผลกระทบกับตัวเขาเท่าไหร่ แต่อีกส่วนหนึ่งผู้คนในกลุ่มนี้อาจจะรู้สึกวิตกกังวลขึ้นบ้างแล้ว
เพราะเขาอยู่ในกลุ่มผู้เคยได้รับภัยพิบัติจากน้ำท่วมใหญ่ครั้งที่ผ่านมา !!
คนหนึ่งเคยเจอน้ำและโคลนเปียก ขณะที่อีกคนอยู่บนพื้นที่แห้ง ย่อมเป็นธรรมดาที่จะคิดและวิตกไม่เหมือนกัน และยิ่งเป็นคนที่เจอน้ำท่วมบ้านมาปีละ 2 รอบ อย่างเช่นบางพื้นที่ในอำเภอแม่สาย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับฝนชุกมาตั้งแต่เริ่มฤดูกาล…บางคนในพื้นที่บอกว่าแค่ฝนชุกในพื้นที่ก็ไม่น่าวิตกเท่าไหร่ แต่ถ้าตกหนักแถบชายแดนเพื่อนบ้าน หรือเหนือลำน้ำกก…ปริมาณน้ำในลำน้ำสายที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นี่ซิที่ชาวบ้านนอนไม่หลับ!!
ในมุมกลับที่อาจจะทำให้สบายใจขึ้นมาหน่อย ก็เพราะเมื่อกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน, ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบก 37, ทหารช่างจากกองทัพภาคที่ 3 ได้ออกช่วยเหลือชาวบ้าน ด้วยการเร่งซ่อมแซมและวางแนวถุงบิ้กแบ็กริมฝั่งแม่น้ำสายตลอดแนวชายแดนไทย-เมียนมา เพื่อป้องกันน้ำล้นตลิ่ง และรับมือน้ำหลากในช่วงฤดูฝน โดยคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายนนี้
ระยะเวลาดำเนินการครั้งนี้ ตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม-28 มิถุนายน
ทั้งนี้เป็นมาตรการเพื่อเตรียมรับมือสถานะการณ์น้ำที่อาจเกิดขึ้นได้ในปีนี้ หลังจากที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศเตือนว่า ระยะเวลาดังกล่าวอาจมีฝนตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม หรือน้ำท่วมฉับพลันเกิดขึ้นได้
การซ่อมบิ้กแบ็กแนวพนังป้องกันน้ำท่วมแม่สาย อยู่ในเขตเทศบาลแม่สายมิตรภาพระยะทางประมาณ 250 เมตร, เทศบาลตำบลเวียงพางคำ ระยะทางประมาณ 365 เมตร, และเทศบาลแม่สายอีก 2 จุดคือ บริเวณอาคารราชพัสดุ หัวสะพาน หอประชุมไม้ลุงขน ระยะทางประมาณ 273.5 เมตร, และที่หอประชุมไม้ลุงขน-สุดเขตเทศบาลแม่สาย ระยะทางประมาณ 475 เมตร
รวมระยะทางทั้งหมด ประมาณ 1,363.5 เมตร
ครับ ! ยังมีอีกหลายมาตรการที่หลายฝ่ายได้บูรณาการร่วมกัน เพื่อป้องกันและบรรเทา กรณีเกิดน้ำท่วมไม่ว่าที่แม่สาย หรือเขตเทศบาลนครเชียงราย
มีรายงานข่าวจากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และคณะลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการแก้ปัญหาน้ำท่วม และระบบแจ้งเตือนภัยน้ำท่วมพื้นที่อำเภอเวียงชัย อำเภอพญาเม็งราย และเขตเทศบาลนครเชียงราย
ทางด้านจังหวัดเชียงราย ได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อป้องกันและรับมืออุทกภัย โดยถอดบทเรียนจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่ผ่านมา มีโครงการซ้อมแผนรับมือภัยพิบัติระดับจังหวัด ยกระดับการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า จัดเตรียมศูนย์พักพิง และเครื่องจักรขุดลอกท่อระบายน้ำ
แผนดังกล่าวคือ การซ้อมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มีการฝึกซ้อมแผนรับมือน้ำท่วมและดินถล่ม เพื่อทดสอบระบบสื่อสาร และการอพยพ, การเสริมแนวป้องกันพื้นที่เสี่ยง ติดตั้งบิ้กแบ็กตามรายละเอียดข้างต้น, การขุดลอกคูคลองและกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ท่อระบายน้ำในพื้นที่เขตเศรษฐกิจ และพื้นที่ชุมชนเมืองเชียงราย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ, พัฒนาการแจ้งเตือนภัยเพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้ประสบภัยโดยตรง โดยอ้างอิงปริมาณน้ำ ระดับการไหลและระยะเวลาท่วมขัง, รวมถึงแผนการเตรียมพร้อม ยานพาหนะ และอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้ประภัย
ชาวบ้านในพื้นที่สามารถติดตามสถานะการณ์น้ำ ข้อมูลการแจ้งเตือน และประกาศอพยพ ได้จากสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย !!
ขณะที่เราพะวงอยู่กับน้ำจะท่วม มันก็มีรายงานข่าว“เอลนีโญ”ที่มาแรงในปลายปีนี้เข้ามาด้วย
คงต้องระวังกันไว้บ้าง เพราะการเคลื่อนตัวของเอลนีโญที่เข้ามาไทย ซึ่งจะปรากฏชัดช่วงครึ่งปี 2569 มีฝนตกหนักอยู่เพลินๆมันอาจหยุดหายไป เป็นภาวะฝนจะน้อยกว่าทุกปี มีผลให้น้ำต้นทุนที่ต้องเก็บกักไว้ใช้ในปีหน้า-ลดลง !! เป็นโจทย์ซ้อน ที่ระดับสูงของจังหวัดต้องเตรียมรับมือไว้บ้าง เพราะถ้าต้นปีฝนหนัก กลางปีฝนน้อย เกษตรกรก็จะร้องระงมกันแน่ๆ
โลกนี้หาความพอดีได้ยาก ทั้งท่วมทั้งแล้ง หากมันเกิดหัวปีท้ายปีทุกฝ่ายคงเหนื่อยกันไม่ใช่น้อย !!
