วันอังคาร, 20 มกราคม 2569

ออนไลน์-ออนเรา-ออนซอน

30 พ.ค. 2020
499

ช่วงกลางเดือน พ.ค.’63 ที่ผ่านมา รัฐบาลโดย กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)มีนโยบายให้ทุกโรงเรียนในสังกัด ตั้งแต่ระดับอนุบาล ประถม มัธยม กศ.น.และอาชีวะ ทุกแห่ง เปิดการเรียน “ออนไลน์” (ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต) ออน(แอร์)ทีวี และ ออนไซต์ (ถิ่นที่ตั้งที่อยู่) ไปพร้อมๆ กัน โดยเริ่มดำเนินการพร้อมกันทั่วประเทศ ด้านทีวีก็ออนแอร์ ในช่องฟรีดิจิทัลทีวี 17 ช่อง ที่เปิดขึ้นมาโดยเฉพาะ จาก ช่อง 37-53 เพื่อให้ครอบคลุมทั่วประเทศ

ทั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม DLTV หรือ Distance Learning Television โรงเรียนวังไกลกังวล ในพระบรมราชูปถัมภ์ ครอบคลุมทุกระดับชั้นดังกล่าว  เริ่มออกอากาศ 18 พ.ค.เป็นต้นมา ในระบบ SD ทางช่องหมายเลข 37-53 กสทช. ภายใต้สโลแกนที่บ่งบอกถึงความสำคัญว่า “โรงเรียนอาจหยุดได้ แต่การเรียนรู้หยุดไม่ได้” ซึ่งเป็นการใช้วิกฤติจาก “ภัยโควิด-19” นี้ให้เป็นโอกาส เพราะในปัจจุบันนี้ประเทศไทยกำลังมีประสบกับโรคระบาดร้ายดังกล่าว หากปล่อยให้มีการเปิดภาคเรียนเป็นแบบปกติแล้ว เกรงว่าทั้งนักเรียน นักศึกษาในสถาบันการศึกษาต่างๆ จะกลายเป็นแหล่งแพร่เชื้อและระบาดใหญ่อีกต่อไป  ซึ่งเป็นการสร้างพลังบวกทางปัญญาให้กับนักเรียน นักศึกษาและยาวชนทั่วไปด้วยในห้วงเวลา ขณะรอการเปิดเทอมตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จากรัฐบาลในการควบคุมโรคฯ

อย่างไรก็ตาม การเรียนทดลองเรียนทางออนไลน์ ออนทีวี ที่ว่านี้ทางรัฐบาลก็บอกว่าเป็น “การทดลองเรียนชั่วคราว” เท่านั้นในห้วงโควิดฯระบาดเวลานี้ โดยมีแผนจะเปิดเรียนจริงๆ อย่างที่เคยปฏิบัติกันมา ก็จะเริ่ม 1 ก.ค.’63 เป็นต้นไป (รัฐบาลเชื่อว่าการระบาดของภัยโควิด-19 จะซาลงไปแล้วจนปลอดภัย) แล้วค่อยเลื่อนวันปิดภาคกันออกไป ซึ่งผู้เรียนจะได้เรียนครบเวลาตามหลักสูตร ผ่านครูผู้สอนที่ห้องเรียนเป็นปกติเหมือนเดิม

การเปิดเรียนทางออนไลน์ ออนทีวี วันแรก ทำเอาโกลาหล มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันระงมทั้งประเทศ ตามที่เป็นข่าวทางโซเชียลฯ ทำเอา ศธ.และทีมงานรับไปเต็มๆ กับคำครหา ต่างๆ จากปัญหาที่เกิดขึ้น มาถึงวันนี้ คิดว่าทุกๆ คนที่เกี่ยวข้องคงจะปรับตัวกันได้แล้ว ซึ่งก็ต้องอดทนกันไปอีกสักระยะเชื่อว่าจนถึงสิ้นเดือน มิ.ย.นี้ ทุกอย่างคงเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว หากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

เหตุเพราะประเทศไทยผู้ปกครองส่วนใหญ่ที่อยู่ในต่างจังหวัดเรายังโดยไม่คุ้นเคยกับการเรียนออนไลน์ ออนทีวี ไม่เหมือนเด็กๆ ในต่างประเทศ ที่เขาคุ้นเคยกับการใช้คอมพิวเตอร์และรายการทางทีวีที่ให้ความรู้ต่างๆ ในโลกกว้าง อาจตื่นเต้น ตื่นตูม ไปบ้าง เพราะต้องมีภาระในการใช้จ่ายและต้องลงทุนบางอย่างด้วย เนื่องจากฐานะทางเศรษฐกิจตลอดจนมีความเหลื่อมล้ำทางสังคมสูงของสังคมไทยนั่นเอง…

คนเป็นเรื่องธรรมดาอยู่เองที่.. “มนุษย์เราทุกคนกลัวความเปลี่ยนแปลง..แต่หากเราไม่ยอมเปลี่ยนแปลงแล้ว…สิ่งนั้นๆ ที่เรากลัว…มันก็จะมาบังคับให้เราเปลี่ยนแปลงตนเองในที่สุด” อย่างเช่น การลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลือ 5,000 บาท จากรัฐ เป็นต้น เพราะทุกอย่างล้วนเกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ต หรือ  internet of things ( iot)  ทั้งสิ้น

การเรียนรู้ผ่านออนแอร์ (ทีวี) ออนไลน์นั้น ก็ต้องขึ้นอยู่กับ “ออนเรา” (ตัวผู้เรียน) เป็นสำคัญด้วย เพราะมันเป็นวิธีการเรียนรู้ชนิดหนึ่งที่ฝึกฝนให้ตัวเราเอง หรือผู้เรียน มีระเบียบ วินัย รับผิดชอบ ตรงต่อเวลา บริหารจัดการเวลาเป็น โดยอัตโนมัติอย่างไม่รู้ตัว เพราะทุกๆ อย่างย่อมจะเริ่มต้นจากวัยเยาว์ทั้งนั้น กว่าจะเติบโตเป็น “ผู้ใหญ่ที่ดี มีคุณภาพ” ในอนาคตต่อไป…ผู้ปกครองและนักเรียนวันไหนๆ อย่าเพิ่งปฏิเสธโอกาสทองอย่างนี้เพื่อเป็นพื้นฐานการเรียนรู้ในโลกยุคดิจิทัลในอนาคตเพราะทุกๆ อย่างมันถูกดิสรัปท์ด้วยเทคโนโลยีไปแล้ว….

การเรียนผ่านคอมพิวเตอร์ในยุคแรกๆ ก่อนที่พัฒนามาเป็น “การเรียนออนไลน์ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต”  ที่ปรากฏอยู่แพลตฟอร์มต่างๆ ทั้งหลายในโลกยุคดิจิทัลขณะนี้นั้น ก็เริ่มต้นมาจาก การสอนที่เรียกว่า “การสอนผ่านคอมพิวเตอร์ช่วยสอน” หรือ “การเรียนการสอนแบบ ซี.เอ.ไอ. (Computer- Assisted Instruction : CAI หรือ  Computer – Aided Instruction ก็เรียก) ซึ่งเป็นแบบออฟไลน์ (off line – Stand alone) ผ่านการเรียนจากแผ่น CD DVD เป็นหลัก มี บทเรียน แบบฝึกหัด คำถาม คำตอบ มีการให้คะแนน วัดผล พร้อมในทันที มีกราฟิก ภาพเคลื่อนไหว คลิป มัลติมีเดีย ประกอบ มีการโต้ตอบกับผู้เรียน (interactive) พร้อมโปรแกรมการเรียนการสอนที่เป็นพระเอกในช่วงนั้นชื่อ Macromedia Authorware ที่ผู้เรียน บรรดาครู อาจารย์ทั้งหลายในยุคเมื่อ 20 ปีที่ผ่านรู้จักกันดี การเรียนการสอนออนไลน์ที่บ้าน ที่ทำงาน จึงมิใช่เรื่องใหม่ที่น่ากังวล…แต่อย่างใด ผู้เขียนก็เคยสอนนักศึกษามาแล้วหลายยุค …หลายโปรแกรมฯ

มาจนปัจจุบัน ก่อนทีจะมีการพัฒนามาเป็น “ออนไลน์” บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ไร้ขอบเขตอย่างทุกวันนี้และมีโปรแกรมต่างๆ พัฒนาให้ที่ทันสมัยกว่า แต่หลักการยังคงเดิม ที่ตามมาก็คือมีแหล่งความรู้สารพัด ที่หลากหลาย (Vareity) สุดคณาอย่างที่ทุกๆ คนที่มีสมาร์ทโฟนได้เข้าถึงในปัจจุบันที่หลายคนเรียกว่า ห้องสมุดโลก

จะกังวลและตื่นเต้น และเครียดไปไย..ในปัจจุบันแม้แต่ เด็กๆ  2 – 3 ขวบ และอนุบาล และนักเรียนนักศึกษา ส่วนใหญ่ ยังสามารถเข้าถึง “การเล่นฯออนไลน์” ได้แล้ว ผ่านสมาร์ทโฟนที่ผู้ปกครองซื้อให้เล่น ..เพียงแต่ว่าเราจะสามารถเลือก บริหารจัดการทรัพยากรทางปัญญาที่ล้ำเลิศเหล่านี้ที่อยู่ในโลกได้อย่างไร…ในอนาคตเราก็จะภาคภูมิใจ ปีติ ซาบซึ้งใจ  (ออนซอน-ภาษาอีสาน)ในความเก่ง กับความสำเร็จของลูกหลานเราในอนาคตซึ่งมาจากการเริ่มต้นเรียนรู้ในทางที่ดี…

…นี่คือวิถีของคนรุ่นใหม่รุ่นลูกหลานของเราจะต้องเรียนรู้และต้องอยู่กับมันและ…นำมันมาใช้ให้เป็นประโยชน์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในโลกที่กำลังถูก “ดิสรัปท์” ในยุคดิจิทัล…อย่างทุกวันนี้… ที่แม้แต่การเรียน การสอน การทำงาน ก็มี การ “เวิร์ค ฟอร์มโฮม – เวิร์คฟอร์มหอฯ” กันทั้งนั้น…!!?

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า