วันพฤหัสบดี, 17 กันยายน 2569

เวียตเจ็ทไทยแลนด์ ทะยานสู่นิวไฮ! ครึ่งแรกปี 69 เผยรายได้พุ่งแตะหมื่นล้านบาท ขยายเน็ตเวิร์คเพิ่ม 36 เส้นทาง รุกสู่ทศวรรษใหม่ด้วยการเติบโตครั้งใหญ่ เตรียมขยายฝูงบินสู่ 39 ลำ ปี 70

17 ก.ย. 2026
2592

.

เมื่อวันที่  17 กันยายน 2569 สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ (VZ) ประกาศความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ด้วยผลการดำเนินงานครึ่งแรกของปี 2569 ที่ก้าวข้ามจากช่วงก่อนโควิดในทุกมิติ โดยสร้างรายได้จากการขายแตะ หนึ่งหมื่นล้านบาท ขนส่งผู้โดยสารรวมกว่า 3.5 ล้านคน และรักษาอัตราการขนส่งผู้โดยสาร (Load Factor) สูงถึง 85% พร้อมรุกเดินหน้าเต็มกำลังด้วยแผนขยายฝูงบินสู่ 39 ลำภายในปี 2570 และตั้งเป้า 50 ลำภายในปี 2571 ลุยเปิดเส้นทางบินใหม่หลายเส้นทางในไตรมาส 1/2570 เชื่อมไทยสู่ตลาดศักยภาพสูง อาทิ อินโดนีเซีย จีน และออสเตรเลีย เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินระดับภูมิภาค
อย่างยั่งยืน

.

นายวรเนติ หล้าพระบาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ เปิดเผยว่า “ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เวียตเจ็ทไทยแลนด์วางรากฐานการดำเนินงานไว้อย่างแข็งแกร่ง และพร้อมเดินหน้าต่อยอดศักยภาพในระยะถัดไป ผ่านการขยายฝูงบิน เพิ่มความถี่ และเดินหน้าลงทุนทั้งด้านบุคลากรและเทคโนโลยีควบคู่กัน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการปฏิบัติการ มอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นแก่ผู้โดยสาร และรองรับธุรกิจที่มีขนาดใหญ่ขึ้น โดยเรามุ่งต่อยอดความแข็งแกร่งจากตลาดหลักในเอเชียแปซิฟิก ควบคู่กับการแสวงหาโอกาสในตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูงระดับโลก เพื่อเชื่อมประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางที่หลากหลายยิ่งขึ้น การเติบโตนับจากนี้จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนเครื่องบินหรือเส้นทางบินเท่านั้น แต่คือการสร้างรากฐานองค์กรให้แข็งแกร่ง มีโครงข่ายตลาดที่หลากหลาย และพร้อมขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาวอย่างมั่นคง”

.

สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ดำเนินกลยุทธ์บริหารเส้นทางบินศักยภาพโดยมีแผนการบริหารจัดการฝูงบินอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการนำเครื่องบินรุ่น Boeing 737-8 เข้ามาประจำการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนับเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนหลักของการสร้างรากฐานการเติบโตในระยะต่อไป โดยปัจจุบันมีจำนวน 17 ลำ และวางเป้าหมายขยายฝูงบินเป็น 25 ลำภายในสิ้นปี 2569 นี้ (รวมเป็นฝูงบินทั้งหมด 29 ลำ) ก่อนจะทยอยเพิ่มเป็น 39 ลำในปีหน้า และเพิ่มเป็น 50 ลำภายในปี 2571 รองรับการเพิ่มความถี่เที่ยวบินพร้อมเปิดเส้นทางบินใหม่ และต่อยอดสู่ตลาดศักยภาพใหม่อีกหลายเส้นทาง

.

นายวรเนติ กล่าวต่อว่า ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน โดยเฉพาะความผันผวนของราคาพลังงาน และต้นทุนการดำเนินงานที่ปรับตัวสูงขึ้น สายการบินได้วางกลยุทธ์บริหารความเสี่ยงทางการเงินและควบคุมต้นทุนการดำเนินงานอย่างรัดกุม ส่งผลให้เรายังคงรักษาเสถียรภาพทางการเงินได้อย่างแข็งแกร่ง สะท้อนผ่านผลการดำเนินงานช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เวียตเจ็ทไทยแลนด์สามารถสร้างการเติบโตเป็นไปตามเป้าหมายและก้าวข้ามช่วงก่อนโควิด-19 ได้ในทุกมิติ โดยขนส่งผู้โดยสารรวมกว่า 3.5 ล้านคน เพิ่มขึ้น 130% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิด สอดคล้องกับการขยายปริมาณที่นั่งผู้โดยสารรองรับ 4 ล้านที่นั่ง หรือเพิ่มขึ้น 130% พร้อมรักษาอัตราส่วนการขนส่งผู้โดยสาร (Load Factor) ให้อยู่ในระดับสูงถึง 85% ปรับตัวดีขึ้นจากปี 2568 ด้านรายได้จากการขายทำสถิติเติบโตอย่างน่าประทับใจแตะ หนึ่งหมื่นล้านบาท ขณะเดียวกัน สายการบินได้ขยายเครือข่ายเส้นทางบินทำสถิติใหม่สู่ 36 เส้นทาง เติบโต 25% จากปี 2568 ที่ให้บริการเที่ยวบินจำนวน 29 เส้นทาง โดยได้รับการสนับสนุนจากมาตรการฟรีวีซ่า การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ควบคู่กับการขยายฝูงบินอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการเติบโตของการเดินทางทั้งในและระหว่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ คาดว่าทิศทางธุรกิจในช่วงไตรมาส 4 ปี 2569 ต่อเนื่องถึงไตรมาส 1 ปี 2570 จะยิ่งเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวไฮซีซั่นที่อุปสงค์การเดินทาง
ทั้งใน-ระหว่างประเทศขยายตัวอย่างเต็มที่

 .

ด้าน นายปิ่นยศ พิบูลสงคราม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการพาณิชย์และลูกค้าสัมพันธ์ สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ กล่าวว่า “เวียตเจ็ทไทยแลนด์มุ่งเน้นการเชื่อมโยงตลาดนักท่องเที่ยวศักยภาพสูง นำร่องด้วยเส้นทางบินตรงจากกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เส้นทางบินตรงจากกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่จาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย รวมถึง และเส้นทางบินตรงเชื่อมภูเก็ต-เมืองเพิร์ธ ประเทศออสเตรเลีย และเจาะตลาดประเทศจีนโดยการเปิดเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่เมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว อาทิฉงชิ่ง ชิงเต่า จางเจียเจี้ย และเส้นทางอื่นๆ  ทั้งรูปแบบเที่ยวบินประจำและเช่าเหมาลำ เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงการบินระดับภูมิภาคอย่างสมบูรณ์แบบ โดยตั้งเป้าหมายขยายฝูงบินรวมทั้งสิ้นจำนวน 39 ลำ ภายในปี 2570 ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารในปีหน้าเพิ่มขึ้นอีกราว 60% หรือมากกว่า 14 ล้านที่นั่งต่อปี”

 .

นอกเหนือจากการสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจอย่างก้าวกระโดด เวียตเจ็ทไทยแลนด์ยังคงเดินหน้ายุทธศาสตร์ความยั่งยืน (ESG) ผ่านโครงการ Fly Green อย่างต่อเนื่องผ่านหลากกิจกรรม อาทิ โครงการด้านสิ่งแวดล้อม Garbage Hunter แคมเปญ Fly Green – FlyCycle เปลี่ยนขวด PET เป็นตั๋วเครื่องบินโดยร่วมกับพันธมิตรธุรกิจค้าปลีก ตลอดจนการจัดกิจกรรมสปอร์ตทัวริซึม ในแคมเปญ Fly Green Charity Run 2026 ซึ่งจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ซึ่งมีกำหนดจัดกิจกรรมในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2569 ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ (จตุจักร) กรุงเทพมหานคร เพื่อสนับสนุนการมีสุขภาพดีของคนไทยพร้อมส่งต่อพลังดี ๆ ให้สังคมและสิ่งแวดล้อม

.

“ตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เวียตเจ็ทไทยแลนด์มุ่งมั่นในการมอบประสบการณ์ที่ดีในทุกเที่ยวบิน และในโอกาสพิเศษนี้ เราตั้งใจยกความสุขทั้งหมดมาไว้ใจกลางเมืองผ่านแคมเปญ 10 Years of Dedication: A New Chapter Takes Flight เพื่อมอบเป็นของขวัญแทนคำขอบคุณผู้โดยสารทุกท่านที่ไว้วางใจใช้บริการสายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์โดยเสมอมา จึงขอเชิญชวนทุกท่านร่วมสร้างความทรงจำครั้งใหม่ในงานฉลองครบรอบ 10 ปี ที่เราจัดเต็มไลน์อัปความบันเทิงตลอด 3 วันเต็ม พร้อมเตรียมพบกับไลน์อัปศิลปิน-ดารา และคนดังที่จะมาร่วมสร้างปรากฏการณ์ความสนุก อาทิ หยิ่น อานันท์ หว่อง, ต๊ะ แอนด์ เฟรนด์ แฟมิลี่ และความยิ่งใหญ่ของวงหมอลำขวัญใจมหาชน ระเบียบวาทศิลป์ ระหว่างวันที่ 25 – 27 กันยายน 2569 ณ Central Court Zone ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมเตรียมพบกับโปรโมชันสุดเซอร์ไพรส์ เอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะภายในงานนี้เท่านั้น” นายปิ่นยศ กล่าวทิ้งท้าย

.