วันจันทร์, 14 กันยายน 2569

บันทึกจากโก (ตอนที่ 2)

03 ส.ค. 2026
32

 

ย่าปฏิบัติตัวเป็นชาวพุทธที่ดีอย่างสม่ำเสมอ ทุกวันพระ ย่าจะต้องไปวัดนั่งฟังเทศน์ มีครั้งหนึ่งโกได้ไปกับย่าด้วยที่วัดในเมือง ท่านเจ้าอาวาสเป็นพระที่เก่งมีความรู้ดี วันนั้นพอท่านเทศน์เสร็จ ท่านก็บอกว่าวันนี้แม่บุญ(คือคุณย่า)ได้บุญมากที่สุดเพราะมาถึงก้มกราบพระเสร็จก็นั่งพนมมือนิ่ง ตั้งใจฟังเทศน์จนจบ ต่างกับคนอื่นๆที่มาถึงกราบพระเสร็จก็เอากระเป๋าวางไว้บนตักแล้วก็พนมมือวางบนกระเป๋า แล้วก็หันหน้าคุยกันอยู่ตลอดเวลาไม่มีใครตั้งใจฟังเทศน์อย่างจริงจัง

ครั้งหนึ่งตอนที่โกเรียนแพทย์จะขึ้นปีสามเรียกว่าข้ามฟากจากฝั่งมช.ไปฝั่งสวนดอก (จากเตรียมแพทย์จะไปเรียนแพทย์) โกรวมทั้งเพื่อนสนิทหลายคนต่างบอกว่าจะบวชสักสองสัปดาห์ ในช่วงปิดเทอม เพื่อพร้อมที่จะเรียนแพทย์อย่างเต็มที่

เมื่อกลับไปถึงบ้าน โกบอกให้ย่าฟังว่าอยากจะบวชสักสองสัปดาห์ โกคิดว่าย่าน่าจะดีใจที่หลานจะบวช แต่ย่ากลับถามโกว่าบวชทำไม โกบอกย่าว่าบวชเพื่อทดแทนบุญคุณให้พ่อแม่ ย่าบอกว่าทดแทนบุญคุณไม่จำเป็นต้องบวชขอเพียงเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่มีความกตัญญูต่อพ่อแม่ก็ถือว่าได้ทดแทนบุญคุณแล้ว

โกก็บอกว่าอยากบวชเพื่อศึกษาธรรมะ ย่าให้โกเอารถเวสป้าของแดขี่ไปส่งย่าที่วัดในเมืองพาไปกราบท่านเจ้าคุณซึ่งเป็นพระเปรียญ 9ประโยค ไปถึงย่าก็บอกว่าหลานเรียนแพทย์อยากบวชตอนปิดเทอม บอกว่าจะบวชให้พ่อแม่สักสองอาทิตย์ ท่านก็บอกว่าอาตมาบวชมานานกว่า10 พรรษาแล้วยังไม่รู้ว่าใช้กรรมตัวเองหมดแล้วยังจะไปให้พ่อแม่นั้นคงเป็นไปไม่ได้ ย่าก็บอกว่าหลานอยากบวชเพื่อศึกษาธรรมะ ท่านก็บอกว่าถ้าอยากศึกษาธรรมะไม่จำเป็นต้องบวชก็ได้ พาโกเข้าไปดูในกุฎิ มีหนังสือธรรมะเต็มไปหมด บอกว่าให้โกมานั่งมานอนอ่านได้ทุกวัน จะทำตัวเหมือนพระก็ได้ กินข้าวมื้อเดียว อ่านแล้วสงสัยตรงไหนก็ถามท่านได้ทุกเวลาด้วย

ด้วยเหตุนี้โกจึงไม่ได้บวชต่างกับเพื่อนๆที่ ได้บวชกันหมด เปิดเทอมผมก็ยังไม่ขึ้น

โกเคยถามย่าว่าทำไมย่าไม่ดีใจที่ลูกหลานจะบวช ย่าบอกว่าถ้าบวชจริงๆแล้วไม่สึกเป็นพระที่ดี ย่าก็ดีใจแต่ถ้าบวชเพียงชั่วคราวไม่มีความจำเป็นอะไร ขอให้ตั้งใจเรียนหนังสือจบออกมาเป็นหมอที่ดีนั่นแหละย่าจะดีใจมากกว่า

โกจำได้ว่าทุกเย็น แดจะขี่รถเวสป้าไปบ้านฟ่อนเอาปิ่นโตที่แม่ทำกับข้าวไปส่งให้ย่า โดยวางไว้ด้านหน้าแขวนไว้ระหว่างที่วางเท้า บางครั้งจะมีห่อบุหรี่หรือสินค้าบางอย่างไปด้วย แต่ทุกวันจะมีห่อเส้นก๋วยเตี๋ยว ไปส่งให้ร้านก๋วยเตี๋ยวเฮียเรืองด้วย เป็นอย่างนี้ทุกวันไม่เคยเว้น เวลาฝนตก แดจะใส่เสื้อฝนขี่รถ แสดงถึงความรักความกตัญญูที่แดมีต่อแม่บังเกิดเกล้า

เมื่อย่าอายุมากขึ้นแดก็ให้ย่าเลิกขายของแล้วให้มาอยู่ที่บ้านเก๊าจาว

ครั้งหนึ่งย่าป่วยเป็นสโต๊คมีเลือดออกในสมองตอนนั้นโกเป็นหมออยู่โรงพยาบาลเชียงรายได้โทรศัพท์ฝากกับหมอที่รพ.ลำปางที่รู้จักกันดี ทุกคนต่างช่วยกันดูแลย่าเป็นอย่างดี ไม่ต้องผ่าตัดแต่ย่าก็เป็นอัมพาต แขนขา อ่อนแรงข้างหนึ่ง

โกจำได้ว่าทุกครั้งที่กลับไปเยี่ยมย่าที่ลำปาง จะเห็นอยู่เสมอว่าแดดูแลย่าเป็นอย่างดี ตีห้าจะตื่นขึ้นมาเช็ดตัวย่าด้วยน้ำอุ่นพร้อมกับประแป้งให้ย่าเรียบร้อย เสร็จแล้วจะป้อนข้าวต้มให้ย่า แล้วอุ้มใส่ล้อเข็น ไปรอใส่บาตรที่หน้าบ้าน เป็นเช่นนี้ทุกวัน

พอสายมาย่าหลับแดก็จะบอกกับโกว่า ทำอย่างไรก็ได้ให้ย่ามีชีวิตอยู่นานๆ แดดูแลย่าได้ แดมีความสุขที่ได้ดูแลย่า

พอแดออกบ้าน ย่าตื่น ย่าก็จะเรียกโกไปหาและบอกว่าทำอย่างไรก็ได้ให้ย่าตายเร็วๆ ย่าไม่อยากอยู่แล้วเป็นภาระของแด

โกคิดว่านี่เป็นความรักที่บริสุทธิ์และงดงามของคนสองรุ่น โกจึงได้แบบอย่างของความกตัญญูกตเวทีจากแด โกเชื่อว่าคนเราทุกคนจะต้องมีความกตัญญูกตเวทีต่อพ่อแม่เป็นพื้นฐานที่สำคัญในการดำเนินชีวิต

ตอนที่ย่าเสียชีวิตโกจำได้ว่าได้นำเงินสด 50,000 บาทไปมอบให้แด เพื่อช่วยจัดงานศพแดยังอวดกับน้องๆและญาติๆว่าโกให้เงินมาช่วยงานศพย่า

โกจำได้ว่าแดกับแม่ทำการค้าขายเล็กๆน้อยๆ แดเป็นเอเยนต์ขายบุหรี่ของโรงงานยาสูบโดยจะไปรับ บุหรี่เป็นแพคใหญ่ จากพาณิชย์จังหวัด สัปดาห์ละครั้ง หลายครั้งที่โกไปรับแทนแดโดยใช้รถเวสป้าของแดบรรทุกบุหรี่และนำเอาไปแจกจ่ายให้กับร้านค้าย่อยต่อ

ที่หน้าบ้านของเราจะมีโต๊ะวางจำหน่ายบุหรี่ แกะขายย่อยเป็นซองหรือเป็นมวนด้วย พร้อมกับมีขนมที่แม่ทำวางขายด้วยเช่นมะยมเชื่อมเสียบไม้ขาย มีขาประจำมาซื้ออยู่ทุกวัน

สมัยนั้นแดเป็นตัวแทนจำหน่ายหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น เอกราชและไทยลานนา จำได้ว่าเล่มละ1บาท(แดได้เล่มละ25สตางค์) ออกทุกสัปดาห์ ในวันที่หวยออกจะมีใบตรวจล็อตตารี่ให้ด้วย โกจะวิ่งขายหนังสือพิมพ์ในวันหวยออก วิ่งไปตะโกนไปดังๆว่า “ไทยลานนา เอกราชล็อตตารี่ครับ” โกจะได้เงินจากแดเล่มละ20สตางค์ ขายนสพ.เก็บเงินซื้อรถจักรยานได้  ทำให้ภูมิใจมากและรู้จักการเก็บออมจนถึงปัจจุบัน

แดเป็นคนชอบอ่านหนังสือพิมพ์มาก ที่บ้านจะรับหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ แดอ่านทุกคอลัมน์ จึงมีความรู้รอบตัวมาก โดยเฉพาะข่าวต่างประเทศ

แดจะเล่าเรื่องพระราชกรณียกิจของในหลวงรัชกาลที่9ให้ฟังอยู่เวรเสมอ แดชื่นชมพระองค์มากเพราะเกิดพศ.เดียวกัน ปีเถาะ จึงทำให้โกมีความศรัทธาในพระองค์ตั้งแต่เด็กถึงปัจจุบัน

แดเป็นคนสอนโกขี่รถเวสป้าตั้งแต่ยังอยู่มัธยมต้น สอนทุกอย่างโดยแดจะนั่งซ้อนท้ายไปด้วย สอนให้รู้จักกฏจราจร การมองซ้ายขวาก่อนจะเลี้ยว การให้สัญญาณเลี้ยว (รถเวสป้าไม่มีไฟเลี้ยว)

สมัยนั้นรถไม่มีเกียร์อัตโนมัติ ต้องใช้คาร์ทช่วยเวลาเปลี่ยนเกียร์ แดจะพาโกไปหัดขี่รถขึ้นลงเนินที่ตลิ่งจันหมัน ในเมืองซึ่งมีความสูงชัน พอควร จนมั่นใจว่าเครื่องไม่ดับเวลาขึ้นเนินเเละจำเป็นต้องหยุดรถ จนมั่นใจว่าขี่ได้ปลอดภัยจึงอนุญาตให้โกขี่เวสป้าได้ โกไม่เคยขี่รถเวสป้าล้มหรือเกิดอุบัติเหตุเลย

แดเป็นคนจัดการทำใบขับขี่ให้โกโดยไม่ต้องไปสอบทั้งใบขับขี่รถจักรยานยนต์ และรถยนต์(ตั้งแต่เป็นนักศึกษาแพทย์ ทั้งที่ยังขับรถยนต์ไม่เป็น)

สมัยนั้นแดกับแม่เป็นตัวแทนเจ้ามือขายหวยใต้ดินด้วย ครั้งหนึ่งมีคนถูกเลขสามตัวหวยใต้ดินจำนวนมาก เจ้ามือใหญ่หนีไม่ยอมจ่ายเงิน แดกับแม่ตกลงกันว่าจะผ่อนจ่ายให้กับคนที่ซื้อหวยใต้ดินกับแดแทน

แสดงถึงความซื่อสัตย์ ไม่เอาเปรียบคนอื่น แดบอกโกว่าคนที่มาซื้อหวยใต้ดินก็มีความหวังที่จะถูกและได้เงิน หลังจากนั้นแดกับแม่ก็เลิกขายหวยใต้ดิน โกจึงได้ความซื่อสัตย์มาจากแดและแม่

แม่มีพรสวรรค์ในการทำขนม แม่หัดทำขนมไข่เอง(ที่บ้านมีเตาอบขนมซึ่งแม่ออกแบบเอง ให้คนข้างบ้านที่มีอาชีพเป็นช่างบัดกรีทำให้) ขนมไข่ของแม่ จะนุ่มและหอมอร่อย ใครๆก็ชอบ โกจะช่วยแม่ตีไข่ด้วย (สมัยนั้นจะใช้ไม้ที่มีขดลวดตีไข่จนฟู)แม่ยังทำขนมอีกหลายอย่างทั้งผลไม้เชื่อม ที่บ้านมีต้นมะยม และมะกอกที่แม่จะนำมา

ดองหรือเชื่อมขายด้วย (ครั้งหนึ่งจำได้ว่าโกนำไม้ยาวๆมาเพื่อใช้สอยมะกอก เอามีดผ่าซีกปลายไม้เพื่อทำเป็นง่ามไปสอยมะกอก ถูกมีดบาดเป็นแผลที่นิ้วชี้ข้างซ้ายทำให้เป็นแผลเป็นถึงปัจจุบัน)

ขนมหวานเกือบทุกชนิดแม่ทำได้อร่อยเช่นกล้วยบวชชี(น้ำกะทิของแม่ข้นและหอมหวานอร่อยสุดๆ) ลอดช่องน้ำกะทิ รวมมิตร แม่ยังทำครองแครง กล้วยฉาบ กล้วยเชื่อมได้อร่อยมาก บางวันโกจะเอาไปขายให้เพื่อนๆที่โรงเรียนด้วย ขายหมดทุกครั้ง

เมื่อเริ่มมีทีวีขาวดำแดซื้อทีวีขาวดำยี่ห้อฟิลลิปขนาด 24 นิ้ว (ถือว่าเป็นทีวีเครื่องแรกในละแวกบ้าน) สมัยนั้นยังเป็นการทดลองส่งกระจายเสียงของทีวีช่องสี่บางขุนพรหมอยู่ช่องเดียว

ทุกเย็นจะมีชาวบ้านเข้ามาดูทีวี ที่บ้านเต็มไปหมดแดจะนำทีวีมาตั้งไว้ที่หน้าบ้านและเปิดให้ชมตั้งแต่เปิดสถานีจนจบรายการประมาณสี่ทุ่มทุกวัน

ทีวีปิดแล้วชาวบ้านยังไม่ยอมกลับ รอดูว่าคนที่แสดงอยู่ในจอทีวีนั้นจะเดินออกมาเมื่อไหร่

ระหว่างนั้นแม่จะถือโอกาสทำผลไม้เชื่อมเช่นมะยมเชื่อมเสียบไม้ขายซึ่งขายดีมากหมดทุกวัน

ตั้งแต่ที่บ้านมีทีวี โกจะนอนหลับดึกสี่ทุ่มทุกวันเพราะดูทีวีจนจบ แล้วก็ไปนอนหลับในห้องเรียนบ่อยๆ

จนBrother รร.อัสสัมชัญ ที่โกเรียนอยู่เรียกแดไปพบเพราะโกหลับในเวลาเรียนบ่อยๆ แดจึงมีกติกาไม่ให้โกดูจนจบรายการ นอกจากวันศุกร์เสาร์

ตั้งแต่จำความได้ โกไม่เคยเห็น แดกับแม่ ทะเลาะกันหรือส่งเสียงดังใส่กัน โกจำได้ว่า ถ้าใครคนหนึ่งไม่พอใจ อีกฝ่ายจะเงียบ โกจึงได้นิสัยนี้มาโดยตรงเมื่อไม่พอใจอะไรจะเงียบไม่โวยวาย

จำได้ว่า สมัยเด็กจะเห็นแดดื่มเหล้าแม่โขงผสมโซดาทุกวัน (โกจะเป็นคนผสมเหล้ากับโซดาบางๆใส่น้ำแข็ง) แดสอนว่าให้ดื่มเหล้าน้อยๆ จึงจะถือเป็นยา เป็นการผ่อนคลาย แม่จะทำกับแกล้มให้แดทุกวันด้วย

โกเป็นคนไปซื้อโซดาครั้งละสองโหลแล้วเช็ดขวดให้สะอาดทะยอยเอาใส่ตู้เย็นไว้ ครั้งหนึ่งขวดโซดาหลุดมือระเบิด  เศษแก้วกระเด็นใส่หัว(บริเวณหน้าผาก)โกถูกเย็บถึง4เข็ม

โตขึ้นโกจึงชอบดื่มเหล้า แต่ดื่มพอประมาณเหมือนแดบอก คงจะเป็นเพราะเห็นแดดื่มมาตั้งแต่เด็ก แดจะสอนเสมอว่าดื่มเหล้าให้เป็นยา อย่าให้เหล้าดื่มเรา

แม่เป็นคนทำอาหารอร่อย ที่บ้านเราจะเน้นกับข้าวมากกว่าเน้นข้าว มีกับข้าวเต็มโต๊ะทุกเย็น แม่เป็นคนที่ตำน้ำพริกกะปิอร่อย ที่สุด โดยเฉพาะเครื่องเคียง ปลาทูทอดจนเหลืองอร่าม ชะอมชุบไข่ทอด มะเขือยาวชุบไข่ทอด ถั่วฝักยาวนึ่ง หน่อไม้นึ่งจะมีกะทิราดด้วย น่าทานสุดๆ

อาหารที่เลื่องชื่ออีกอย่างที่แม่ทำคือข้าวมันไก่ แดจะสอนแม่ทำทั้งการหุงข้าวมันไก่ให้หอม เม็ดข้าวให้สวย ที่พิเศษสุดคือน้ำจิ้มข้าวมันไก่ของแม่นั้นถือว่าเด็ดที่สุด จำได้ว่าเพื่อนอาหมอมานิตย์จากสวนดอกเวลามาเที่ยวบ้าน แต่ละคนบอกว่าขอแค่ข้าวมันไก่คลุกกับน้ำจิ้มก็พอแล้ว(แดกับแม่ จะเป็นคนส่งน้องๆทุกคนเรียนหนังสือ เพราะย่าไม่มีรายได้มาก โดยเฉพาะอามานิตย์ที่เรียนแพทย์เป็นน้องคนเล็ก คุณอาเคยบอกโกว่าแดกับแม่เปรียบเสมือนพ่อแม่บังเกิดเกล้า)

(ต่อตอนที่ 3)

นพ.พิษณุ ขันติพงษ์