
นี่ก็ย่างเข้าเดือนเมษายนแล้ว ถามว่าเดือนนี้มีความสำคัญกับชาวไทยเราอย่างไร? แค่ไหน? คงไม่ต้องตอบก็รู้กันดีอยู่แล้ว ว่านี่คือปีใหม่ของไทยเรา และเป็นเดือนแห่งป๋าเวณีปีใหม่เมือง เป็นเดือนที่มีความสำคัญที่แทบจะเฉยเมยเลยผ่านไปไม่ได้ !!
ไทยเรามีประกาศให้วันที่ 1 เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2432
จนล่วงเลยเข้าปี 2484 ได้มีการเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่ตามหลักสากล คือวันที่ 1 มกราคม ส่วนเทศกาลสงกรานต์หรือการขึ้นปีใหม่แบบเดิม ได้กำหนดให้เป็นวันที่ 13-15 เมษายนของทุกปี
ประเพณีสงกรานต์ของชาวล้านนา ตรงกับเดือน 7 ของทางเหนือ ชาวไทยถิ่นเหนือเรียกวันสังขานต์ล่อง ซึ่งมีความหมายเหมือนคำว่า “สงกรานต์” ในเมื่อเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านปีเก่าสู่ปีใหม่ ย่อมต้องมีธรรมเนียมปฏิบัติเพื่อชำระสิ่งไม่ดีออกไปและรับสิ่งอันเป็นมงคลเข้ามาสู่ชีวิตในวันปีใหม่
ธรรมเนียมปฏิบัติที่ว่านั้นก็คือ…
- วันสังขานต์ล่อง : เป็นวันที่ต้องเก็บกวาด ทำความสะอาดบ้านเรือนที่อยู่อาศัย เป็นการชำระสิ่งไม่ดี คำว่า “ล่อง” ในภาษาล้านนาหมายถึง ล่วงไป หรือ ผ่านไป และที่ปฏิบัติกันมาช้านานคือการใช้ขมิ้น ส้มป่อย ผสมน้ำซึ่งถือเป็นน้ำบริสุทธิ์ เพื่อชำระร่างกายให้สะอาดบริสุทธิ์ผุดผ่อง และชำระล้างสิ่งอัปมงคลให้ออกไปจากชีวิต
- วันเน่า : วันนี้ห้ามทำสิ่งที่ไม่ดี ห้ามพูดไม่ดี และที่สำคัญคือเป็นวันเตรียมทำกับข้าว ขนมนมเนย ไม่ว่าแกงฮังเล ต้มจืดวุ้นเส้น ยำจิ้นไก่ หม้อเล็กหม้อใหญ่ขึ้นอยู่กับฐานะ และความเหมาะสมของแต่ละบ้าน เตรียมข้าวของไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้บรรดาญาติที่ล่วงลับไปแล้ว รวมทั้งสร้างกุศลผลบุญให้กับตัวเองพร้อมกันไปด้วย
- วันพญาวัน : วันนี้นัดพบกันที่วัดตั้งแต่เช้า สรงน้ำพระ และเริ่มการดำหัวญาติ-ผู้ใหญ่ วันนี้ถือว่าสำคัญ เป็นวันเถลิงศกหรือวันขึ้นปีใหม่ของชาวล้านนา ถือเป็นวันมงคล กิจกรรมก็จะเกี่ยวกับงานบุญกุศล วิญญาณ ความเชื่อและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เมื่อผ่านกิจกรรมผู้ล่วงลับ เทวดา เจ้ากรรมนายเวร แล้วก็สรงน้ำพระ สรงน้ำเจดีย์ พระพุทธรูป ปักตุง เป็นวันที่เกี่ยวข้องกับเรื่องบุญกุศลและวิญญาณทั้งวัน
- วันปากปี : ทำบุญส่งเคราะห์ สืบชะตา กินอาหารที่ทำจากขนุนเพื่อให้หนุนนำชีวิตสู่ความดีงาม แกงขนุน ตำขนุน ลาบ มีให้กินกันเต็มที่จากทุกบ้าน บ้างก็ทำไปแจกจ่ายฝากเพื่อน ญาติมิตร ถือเป็นวันเริ่มต้นชีวิตสู่ความดีงาม บางพื้นที่จะประกอบพิธีสืบชะตาหมู่บ้าน จุดเทียนมงคลบูชาพระ จุดเทียนยันต์สืบชะตา หลีกเคราะห์ รับโชค เป็นต้น
นอกจากนั้นเรายังมีประเพณีที่น่าชื่นชมอีกอย่าง คือการตระเวนรดน้ำดำหัว ครูบาอาจารย์ ผู้หลักผู้ใหญ่ที่เคารพ เป็นการขอขมาด้วยน้ำขมิ้น ส้มป่อย และน้ำอบไทย
การที่คนจากภาคอื่นมุ่งหน้าสู่ภาคเหนือ(ตอนบน)ในช่วงสงกรานต์ เป้าหมายที่สำคัญคือต้องการร่วมพิธีป๋าเวณีปีใหม่เมืองของชาวล้านนา อันมีมนต์ขลังที่หาไม่ได้จากภาคอื่น
ทีนี้มาดูประกาศเรื่องสงกรานต์ปีนี้กันอีกสักหน่อย…
กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรมร่วมกับฝ่ายโหราพราหมณ์ กองพระราชพิธีสำนักพระราชวัง ประกาศสงกรานต์ปี 2569โดยระบุว่าวันมหาสงกรานต์ปีนี้ตรงกับวันอังคารที่ 14 เมษายน 2569 นางสงกรานต์ประจำปีมะเมียชื่อ “นางรากษสเทวี” (อ่านว่า ราก-สะ-สะ-เทวี)
ถือว่ามาแรง !! แม้ว่านางสงกรานต์จะทัดดอกบัวหลวง ประดับแก้วมรกต แต่ก็กินโลหิต พระหัตถ์ขวาทรงตรีศูล ซ้ายทรงธนูศรี เสด็จยืนมาบนหลังหมูป่า!!
คำทำนายที่ตามมาค่อนข้างน่ากังวล คือเกณฑ์ธัญญาหารวิบัติ ข้าวกล้าไม่ดี น้ำก็ไม่ดี ปริมาณจะน้อย ฝนตกไม่ทั่วถึง อาจเกิดภาวะแห้งแล้งในบางพื้นที่ สรุปคืออาจเกิดความเดือดร้อน ประชาชนจึงควรวางแผนด้านการบริหารจัดการน้ำ และรักษาสุขภาพกันให้ดีๆ
จะเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวอย่างไรก็ลองพิจารณากันดูเอาเองเถอะ…เพียงย่างเข้ามาไม่ทันไร เราก็ประสบความเดือดร้อนกันทั่วหน้าไปแล้ว ด้วยผลพวงจากภาวะสงครามในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลให้น้ำมันเกิดการขาดแคลนทั่วโลก หรือไม่ขาดแต่ราคาก็ไม่เหมือนเดิม ซึ่งจากราคาที่เพิ่มขึ้นทำให้ข้าวของทั้งของกินของใช้ก็เพิ่มตามขึ้นไปด้วย นับเป็นความเดือดร้อนที่เรียกได้ว่า ทุกหย่อมหญ้า !!
แต่กระนั้นก็ดี…มีทุกข์ย่อมมีบันเทิง สงกรานต์ปีนี้สำหรับชาวเชียงราย โดยเฉพาะคนในเมืองหรือคนรอบนอกที่จะเข้ามาเล่นน้ำในเมือง มีการเปิด“ถนนคนเล่นน้ำ”อย่างเป็นจริงเป็นจังบนถนนสังโค้งน้อย 12-16 เมษายนตั้งแต่เที่ยงวันยันสี่ทุ่ม แต่งกายสุภาพ-งดเล่นแป้ง-งดเสียงเกินเวลาและช่วยกันรักษาความสะอาด…กฎเกณฑ์ง่ายๆสบายๆใครรับไม่ได้ก็เกินไป
มาเล่นน้ำกันให้สุดมันส์ แล้วร่วมเคารพวัฒนธรรมไปด้วยกัน…เขาเชิญชวนไว้ตามนี้ !!
