วันเสาร์, 4 เมษายน 2569

เล่าเล่นๆ เป็นธรรมทาน

04 เม.ย. 2026
4

 

เมื่อครั้งที่แล้วผู้เขียนทิ้งท้ายไว้ว่า ทำไมต้องฝึกสมาธิ และฝึกเพื่ออะไร

ครั้งนี้ เราจะมาพูดถึงเรื่องนี้ด้วยกัน

สมาธิ คือความจดจ่ออยู่ในอารมณ์เดียว ปกติเรามีกันอยู่แล้วตามธรรมชาติ มากบ้าง น้อยบ้าง ตามกำลังจิตของแต่ละคน

กำลังของจิต ก็เหมือนกับกำลังกายที่บางคนมีมาก บางคนมีน้อย หรือบางคนป้อแป้ใช้การอะไรไม่ได้ จิตหรือใจก็เช่นกัน โดยธรรมชาติเรามีกำลังจิตไม่เท่ากัน แต่เป็นสิ่งที่สามารถฝึกกันได้ ด้วยสมถภาวนา

สมถะภาวนา บางคนเรียกว่าการทำกรรมฐาน บางคนเรียกว่าการฝึกจิต บางคนเรียกว่าฝึกสมาธิ แต่ไม่ว่าเรียกแบบไหนล้วนทำเพื่อให้เกิดสมาธิของจิตด้วยกันทั้งสิ้น

สมาธิ ยิ่งมีมาก สติยิ่งดี

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงยกย่องเรื่อง สติ เป็นสำคัญ สติ จะช่วยให้เราไม่หลงเดินทางผิด หรือถ้ากำลังเดินผิดทาง สติจะเรียกเราให้กลับมาเดินให้ถูกทาง เรียกว่าเป็นตัวสร้าง สัมมาทิฏฐิให้เกิดขึ้น นี่คือตัวแรกของ มรรค มีองค์แปด

แต่เพราะสมาธิของคนเรามีไม่เท่ากัน เราจึงเห็นคนบางคนหลงลืม เลอะเลือน ผิดพลาด อยู่เสมอ ซึ่งอาการเหล่านี้จะดีขึ้นถ้ามี สติ ความยั้งคิด สติที่เกิดขึ้นนี้เองจะมาช่วยแก้ปัญหาภายในจิตได้

พระพุทธศาสนาเรียกว่าอาการเหล่านี้ว่า อาการของปุถุชน คือ บุคคลที่หนาแน่นไปด้วยกิเลสหรือก็คือมลทินที่ครอบงำจิต ซึ่งอาการเหล่านี้สามารถกะเทาะออกได้ด้วยการฝึกจิตให้เกิดสมาธิ และเมื่อจิตมีสมาธิแล้วจะเกิดปัญญาจนสามารถมองเห็นมลทินที่ครอบงำจิตจนได้สติกลับมาแก้ไขปัญหาในจิตนี้ให้หลุดออกไปได้

ดังนี้ เราจึงต้องมาฝึกสมาธิให้มี ให้เกิดขึ้นในตน

สมาธิ มีอยู่ 2 แบบคือ สมาธิธรรมชาติ อันนี้มีอยู่ในทุกคนอยู่แล้ว แต่เป็นสมาธิที่มีกำลังน้อย ไม่สามารถนำมาแก้ปัญหาชีวิตได้อย่างหมดจด

กับสมาธิอีกแบบ เรียกว่าสมาธิสร้างขึ้นด้วยการฝึกจิต เรียกว่าสมถะภาวนา เป็นสมาธิที่หมดจด ปราศจากมลทินที่จะมากั้นจิตไม่ให้เห็นความเป็นจริงของปัญหาชีวิตที่ครอบงำชีวิตของตน ความหมดจดของสมาธินี้ก่อให้จิตเกิดกำลังมหาศาล จนสามารถนำมาใช้งานได้อย่างไม่จำกัดเลยทีเดียว

แต่อุปสรรคของการฝึกจนไปถึงการเกิดของสมาธิในระดับไร้ขีดจำกัดนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคนส่วนมาก หากไม่มีการสะสมมาในกาลก่อน

ในทางพระพุทธศาสนาเรามีความเชื่อเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสาร เรามีความเชื่อเรื่องการสร้างบารมีข้ามภพ เราเชื่อว่าบางคนมีบารมีเก่าติดตัวมาตั้งแต่เกิด ดังนั้น จึงมีบางคนที่พอเริ่มฝึกก็สามารถก้าวข้ามอุปสรรคของการฝึกจิตไปได้อย่างง่ายดาย ฝึกไม่กี่ครั้งก็สามารถเข้าถึงอภิญญาได้อย่างรวดเร็ว แต่ไม่ใช่ทุกคน บางคนจึงต้องฝึกแล้ว ฝึกอีก กว่าจะผ่านแต่ละขั้นมาได้ก็เรียกว่าแทบจะท้อจนถอยเอาเลยทีเดียว

อาการของนิวรณ์ 5 และปิติ 5 ที่กล่าวมาแล้วในครั้งก่อนที่กว่าจะก้าวผ่านไปได้จึงไม่ใช่เรื่องง่ายของผู้เริ่มฝึก แต่เชื่อเถอะว่าถ้าฝึกอย่างสม่ำเสมอ ถึงเวลาก็มาฝึก แค่วันละ 30 นาที ทุกวันอย่างสม่ำเสมอ ถึงเวลาก็มาฝึก ไม่นานก็จะสามารถผ่านอาการเหล่านี้ได้แน่นอน ซึ่งผู้ฝึกจะเห็นอาการเหล่านี้ได้ในขณะฝึกนั่นเอง

ยิ่งฝึก จะยิ่งเห็นความก้าวหน้า ยิ่งผ่านแต่ละบททดสอบของนิวรณ์ 5 ไปได้เท่าไหร่ กำลังของใจหรือจิตจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้น  ความก้าวหน้านี้สามารถยืนยันได้ด้วยตัวของตนเอง ยิ่งทำจะยิ่งเห็นความจริงที่จะมาพิสูจน์คำสอนว่า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงกล่าวมานั้นไม่ผิดเลยสักคำ

การฝึกจิต ก็คือการเข้าไปเห็นปัญหาของจิตตนนั่นเอง นิวรณ์ 5 ก็คือ รัก โลภ โกรธ หลง ที่มีอยู่ในใจของเรานี่เอง เมื่อเรามานั่งทำอานาปานสติกรรมฐาน คือการกลับมากำหนดรู้ในลมหายใจนี่เอง หายใจเข้าก็มาดูว่าลมหายใจเข้าผ่านจมูก ผ่านช่องคอ ลงมาที่หน้าอก ไปหยุดอยู่ที่ช่องท้อง ถ้าจะเอาคำภาวนาช่วยก็ใส่คำภาวนาไป เช่น พุท กำกับไปกับลมหายใจเข้า พอหายใจออกก็ไล่ออกมาตามลมหายใจ จาช่องท้องไล่ขึ้นมาผ่านหน้าอก ผ่านลำคอ ผ่านจมูก พร้อมกับคำว่า โธ

   รู้อยู่แค่นี้ หายใจเข้า พุท หายใจออก โธ

แรกๆ ดูมันติดขัด ดูมันอึดอัด ทำอยู่ไม่กี่ครั้งอ้าวหนีไปคิดซะแล้ว พอรู้สึกตัว อ้าวหนีไปคิด ไม่ต้องกังวล นี่คือสติเรามาแล้ว รู้ตัวก็วางความคิดเสีย แล้วกลับมาเริ่มต้นใหม่ เพียรทำอยู่อย่างนี้

ตอนที่รู้ตัวนี่แหละ สติมากลับมาแล้ว เรียกว่าได้สติ การรู้เห็นตรงนี้แหละเรียกว่า เราได้เห็นตัวเอง เห็นความฟุ้งซ่านของตัวเอง นี่แหละคือเบื้องต้นของการฝึก ไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาเป็นปัญหาของตัวเองว่าทำไมเราแย่จัง เราท่าจะไม่มีวาสนา เราเป็นคนบาป อะไรพรรณนี้ แต่มันแค่เป็นวิถีของจิตเท่านั้น อย่าเอามาเป็นอุปสรรค ขอให้ทำต่อไป วันละนิด วันละหน่อย ไม่นานจะเห็นผลเอง

ครั้งนี้เอาแค่นี้ก่อนนะคะ เอาไว้ครั้งต่อไปเราจะมาคุยกันต่อค่ะ ลองฝึกดูนะคะแล้วมาคุยกันค่ะ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า