
นายอัคร์พล เทพนิล ทีมงานเชียงรายนิวส์ ร่วมสานเครือข่ายมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ร่วมกับภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพและสื่อมวลชน จากทั่วประเทศกว่า 86 คน ร่วมสัมมนาเครือข่ายสื่อมวลชนท้องถิ่น “Mission 2569 : จุดไฟความรู้ เตรียมความพร้อมสู่วันงดสูบบุหรี่โลก” เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ให้กับสื่อท้องถิ่นทั่วประเทศในการสื่อสารประเด็นสุขภาพและการควบคุมยาสูบอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ พร้อมรับมือข้อมูลบิดเบือนเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นิโคตินรูปแบบใหม่ จัดโดยมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ซึ่งการสัมมนาจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11–12 มีนาคม 2569 ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร มีเครือข่ายสื่อท้องถิ่นจากหลายจังหวัดเข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้
ศ.เกียรติคุณ นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ บรรยายหัวข้อ “อัปเดตสถานการณ์การควบคุมยาสูบ” โดยนำเสนอข้อมูลการสำรวจล่าสุดที่ระบุว่า ประเทศไทยยังมีประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไปสูบบุหรี่ประมาณ 9.77 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 16.5 ของประชากรทั้งหมด ขณะเดียวกันการบริโภคผลิตภัณฑ์นิโคตินในรูปแบบใหม่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในกลุ่มเยาวชนและคนรุ่นใหม่ โดยข้อมูลด้านสาธารณสุขระบุว่า สารนิโคตินส่งผลต่อพัฒนาการของสมองเด็กและเยาวชน ซึ่งสมองมนุษย์จะพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนถึงอายุประมาณ 25 ปี จึงมีความเสี่ยงต่อการเกิดการเสพติดและผลกระทบด้านสมาธิ การควบคุมอารมณ์ และการเรียนรู้
ด้าน นพ.ชยนันท์ สิทธิบุศย์ ผู้อำนวยการกองงานคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ กรมควบคุมโรค บรรยายหัวข้อ “บทบาทภาครัฐในการขับเคลื่อนงานควบคุมยาสูบระดับจังหวัด” โดยอธิบายกรอบนโยบายการควบคุมยาสูบของประเทศไทยที่สอดคล้องกับอนุสัญญาควบคุมยาสูบขององค์การอนามัยโลก (WHO Framework Convention on Tobacco Control) และยุทธศาสตร์ระดับชาติ ซึ่งกำหนดเป้าหมายภายในปี 2570 ให้ลดอัตราการสูบบุหรี่ของประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไปเหลือไม่เกินร้อยละ 14 พร้อมทั้งลดการได้รับควันบุหรี่ในที่พักอาศัยลงอย่างน้อยร้อยละ 30 และลดการพบเห็นการสูบบุหรี่ในพื้นที่ห้ามสูบลงร้อยละ 50
ขณะที่ นพ.วันชาติ ศุภจัตรัส ผู้อำนวยการแผนงานพลังวิชาชีพสุขภาพเพื่อสังคมไทยไร้ยาสูบ นำเสนอหัวข้อ “บทบาทของสมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่” โดยกล่าวถึงการทำงานร่วมกันของเครือข่ายวิชาชีพด้านสุขภาพกว่า 20 เครือข่ายทั่วประเทศ ทั้งแพทย์ พยาบาล เภสัชกร และนักวิชาการ ที่ร่วมกันขับเคลื่อนการป้องกันการบริโภคยาสูบ รวมถึงการให้บริการช่วยเลิกบุหรี่ผ่าน “คลินิกฟ้าใส” ซึ่งมีมากกว่า 500 แห่งทั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนให้ผู้สูบสามารถเข้าถึงการบำบัดรักษาและเลิกบุหรี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในอีกมิติหนึ่ง ครูสุวิมล จันทร์เปรมปรุง ประธานคณะกรรมการบริหารเครือข่ายครูเพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่ นำเสนอการดำเนินงานเครือข่ายครูเพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่ ซึ่งมีการพัฒนาโรงเรียนต้นแบบและสร้างจุดจัดการในพื้นที่เพื่อรณรงค์ให้เด็กและเยาวชนปลอดภัยจากบุหรี่และสารนิโคตินทุกรูปแบบ โดยมีการพัฒนาสื่อการเรียนรู้และกิจกรรมเสริมสร้างทักษะชีวิตให้กับนักเรียน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันต่อการชักจูงให้ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์นิโคติน
นอกจากนี้ น.ส.สุชีรา บรรลือสินธุ์ เจ้าหน้าที่วิชาการด้านโรคไม่ติดต่อ องค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย ได้บรรยายหัวข้อ “วันงดสูบบุหรี่โลก 2569” โดยระบุว่า การรณรงค์ในปีนี้กำหนดประเด็นระดับโลกภายใต้แนวคิด “Unmasking the appeal – countering nicotine and tobacco addiction” ซึ่งมุ่งเน้นการเปิดเผยกลยุทธ์ทางการตลาดที่ทำให้ผลิตภัณฑ์นิโคตินดูทันสมัย น่าลอง และเข้าถึงกลุ่มเยาวชนได้ง่าย ทั้งด้านบรรจุภัณฑ์ รูปลักษณ์ผลิตภัณฑ์ และการสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์ ทั้งที่ในความเป็นจริงสารนิโคตินเป็นสารเสพติดที่ส่งผลต่อระบบประสาทและพัฒนาการของสมอง โดยเฉพาะในเด็กและเยาวชนที่สมองยังอยู่ในช่วงพัฒนา
สำหรับประเทศไทย การรณรงค์ปีนี้กำหนดกรอบการสื่อสารในแนวคิด “หยุดยั้งเยาวชนจากยาเสพติด” โดยเน้นการสร้างความเข้าใจบนพื้นฐานข้อมูลทางวิชาการด้านสาธารณสุข เพื่อให้ประชาชนสามารถแยกแยะข้อมูลที่ถูกต้องจากข้อมูลที่คลาดเคลื่อนในสื่อออนไลน์ได้มากขึ้น ทั้งนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพย้ำว่า ไม่ว่าผลิตภัณฑ์นิโคตินจะอยู่ในรูปแบบใด ล้วนมีความเสี่ยงต่อสุขภาพและอาจนำไปสู่การเสพติดในระยะยาวได้ จึงจำเป็นต้องสร้างภูมิคุ้มกันทางความรู้ให้กับเยาวชนและสังคม เพื่อลดการเริ่มต้นใช้สารเสพติดชนิดนี้ในคนรุ่นใหม่
ภายในงานยังมีการเสวนาในหัวข้อ “ถอดรหัสความอยู่รอดของสื่อท้องถิ่นในสมรภูมิสื่อยุคดิจิทัล” เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานสื่อและบทบาทของสื่อท้องถิ่นในการสื่อสารประเด็นสาธารณะ โดยมีผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ คุณวิสุทธิ์ คมวัชรพงศ์ สื่อมวลชนอิสระ ผู้ถ่ายทอดประสบการณ์การทำข่าวเชิงสืบสวนและบทบาทสื่อท้องถิ่นในการนำเสนอข้อมูลสาธารณะอย่างรอบด้าน, พ.ต.ท.นพ.วรพล เจริญพร ศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งเป็นผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์สุขภาพในสื่อออนไลน์ ถ่ายทอดมุมมองการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อสื่อสารความรู้ด้านสุขภาพสู่ประชาชน, รศ.ดร.อัศวิน เนตรโพธิ์แก้ว คณบดีคณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ที่ให้ข้อเสนอด้านทิศทางการปรับตัวของสื่อมวลชนในยุคดิจิทัล รวมถึงบทบาทของการสื่อสารเชิงสร้างสรรค์เพื่อสร้างผลกระทบทางสังคม และคุณพัชราภรณ์ ชมกลิ่น ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารคลื่น FM 96.5 บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ที่สะท้อนบทบาทของสื่อกระแสหลักในการขยายประเด็นสาธารณะสู่สังคมวงกว้าง โดยมี ดร.ธีรารัตน์ พันทวี วงศ์ธนะอเนก นักวิชาการด้านนิเทศศาสตร์และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศ ในคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ทำหน้าที่ดำเนินรายการและเชื่อมโยงประเด็นการสนทนา
นอกจากการบรรยายเชิงวิชาการแล้ว ในวันที่ 12 มีนาคม 2569 ยังมีการจัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาศักยภาพสื่อมวลชนท้องถิ่นในการผลิตสื่อรณรงค์ โดย อาจารย์อภิสรา ยุทธโรจน์ อาจารย์สาขาศิลปะการแสดงและความเป็นผู้ประกอบการสร้างสรรค์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เป็นวิทยากรในหัวข้อ “Digital Storytelling Workshop: สร้างสรรค์คอนเทนต์วิดีโอสั้นเพื่อการรณรงค์” เนื้อหาการอบรมประกอบด้วยแนวคิดการเล่าเรื่อง (Storyline) เพื่อสื่อสารประเด็นสุขภาพให้เข้าใจง่าย เทคนิคการถ่ายทำและตัดต่อวิดีโอด้วยโทรศัพท์มือถือ รวมถึงการวางแผนเผยแพร่และสร้างการมีส่วนร่วมของผู้ชมบนแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อให้สื่อท้องถิ่นสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการผลิตสื่อสร้างสรรค์และขยายผลการรณรงค์ในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การสัมมนาครั้งนี้สะท้อนบทบาทสำคัญของสื่อมวลชนท้องถิ่นในการเผยแพร่ข้อมูลด้านสุขภาพอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะการสื่อสารข้อมูลเชิงวิชาการเกี่ยวกับอันตรายของนิโคตินและผลกระทบต่อสุขภาพ เพื่อสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนและเยาวชนในพื้นที่ พร้อมทั้งส่งเสริมการใช้ข้อมูลวิจัยและหลักฐานทางการแพทย์ในการสื่อสารสาธารณะ เพื่อรับมือกับข้อมูลที่บิดเบือนในสื่อออนไลน์เกี่ยวกับความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์นิโคติน และร่วมกันขับเคลื่อนสังคมไทยสู่เป้าหมาย “สังคมปลอดควันบุหรี่” อย่างยั่งยืน


