
พระธาตุเด่นเป็นสง่า เลิศล้ำค่าน้ำพุร้อน
แหล่งพักผ่อนสามน้ำตก มะแขว่นดกรสชาดดี
เริ่มต้นกันวันนี้ด้วยคำขวัญและของดีบ้านดอยฮาง นั่นคือ“มะแขว่นรสดี”ที่คอลาบพื้นเมืองเหนือทราบกันดีว่าในพื้นที่นี้ มันคือของดีที่หาเทียบจากที่อื่นได้ยากยิ่ง
และริมทางผ่านหมู่บ้าน ถ้าสังเกตุจะพบเห็นชาวบ้านเอากล้ามะแขว่นมาวางขายให้คนได้ซื้อติดมือกลับบ้าน
แต่วันนี้พักเรื่องลาบกับมะแขว่นเอาไว้ก่อน เพราะเรามีเรื่องสำคัญกว่านั้นให้พูดถึง และเป็นเรื่องไม่พูดไม่ได้แล้ว เพราะนับวันรังแต่จะเป็นปัญหาเรื้อรังที่แก้กันไม่ตก
ชาวบ้านประสานเสียงร้องเรียนกันมากขึ้น !!
เป็นที่ทราบกันว่าดอยฮางเป็นตำบลที่อยู่ห่างเทศบาลเมืองแค่ 8 กิโลเมตร และในพื้นที่นี้เกือบ 6 หมื่นไร่มีสภาพเป็นพื้นที่เขตภูเขาสูงในระดับความสูง 500-1200 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล สภาพพื้นที่ที่มีภูเขาสูงๆต่ำๆมากถึง 80%ของพื้นที่ทั้งหมด จึงเป็นเหตุให้เกิดธุรกิจบ่อดินต่อเนื่องมาโดยตลอด
เพราะในเขตเมืองมีความต้องการถมดินค่อนข้างมาก ไม่ว่าถมเพื่อการสร้างที่อยู่อาศัยของชาวบ้านเอง หรือจากการสร้างบ้านจัดสรร ล้วนแต่มีความต้องการดินถมไม่ขาดสาย
เมื่อระยะทางบ่อดินไม่ไกล ราคาดินก็ย่อมไม่สูง
ธุรกิจนี้คึกคักกันเป็นพิเศษ ความคึกคักนี้หมายความรวมถึงรถขนดินที่วิ่งผ่านถนนในหมู่บ้าน ซึ่งเป็นถนนสายหลักเส้นเดียวที่ต้องผ่าน แต่ชาวบ้านหาคึกคักด้วยไม่ เพราะเป็นที่รู้กันว่าเมื่อรถบรรทุกดินวิ่งทางไหน ก็ย่อมมีดินตกหล่น ร่วงจากรถไปตลอดทาง
แม้จะมีกฎระเบียบว่ารถบรรทุกดินต้องมีผ้าคลุม !!
นั่นเป็นกฎที่ว่ากันปาวๆเหมือนกันทุกแห่ง ทุกท้องที่ รถแต่ละคันก็คลุมผ้ากันตามระเบียบเหมือนกัน แต่ไปส่องดูเถอะ คันไหนคันนั้น คลุมแบบขอไปที สักแต่ให้มีผ้าคลุมเท่านั้น บางผืนคลุมแค่เศษเสี้ยวปิดแค่ครึ่งเดียว เวลาวิ่งก็ปลิวไสวเหมือนผ้าขี้ริ้วปลิวรับลม
ซึ่งมันไม่ได้แก้ปัญหาดินตกจากรถลงถนนได้เลย
และถ้าใครเคยขับรถตามหลังรถบรรทุกดิน จะพบความจริงว่า…ดินที่ร่วงจากรถลงสู่ถนนนั้น มาจากการร่วงจากขอบรถดั๊มพ์ โดยเฉพาะด้านฝาปิดท้ายรถ ถ้ารถยิ่งเก่าฝาท้ายปิดแล้วไม่สนิทแนบ รถวิ่งไปดินก็ร่วงไป ช่วงรถกระเทือนมากดินก็จะร่วงมาก
กฎระเบียบอีกข้อที่ตามมา คือขนดินวิ่งสายไหนต้องมีรถน้ำวิ่งรดถนนเพื่อไม่ให้มีฝุ่น !!
ถนนแห้งดินร่วงก็เป็นฝุ่น รถน้ำก็มาเพิ่มความเฉอะแฉะให้ จึงยังมองไม่เห็นว่าไอ้ทั้งสองกฎระเบียบที่ว่านี้ มันจะแก้ปัญหาได้อย่างไร ?
เทศบาลตำบลดอยฮางเขาก็ไม่เคยนิ่งนอนใจในเรื่องนี้ ได้เรียกประชุมเพื่อพยายามแก้ปัญหา เมื่อ 12 กุมภาพันธุ์ที่ผ่านมา โดยเชิญทั้งผู้ประกอบการขุดดิน รถบบรทุกดิน และเจ้าของที่ดิน หารือและร่วมกันหาทางลดปัญหานี้ให้ได้
ที่ประชุมวันนั้นนอกจากเรื่องที่ชาวบ้านร้องเรียนรถขนดินแล้ว รู้สึกจะโฟกัสเรื่อง”การลักลอบขุดดิน“เป็นเรื่องสำคัญด้วย
ครับ! ก็น่าจะเป็นเรื่องสำคัญอยู่หรอก !!
ถ้าคนมีที่ดินในพื้นที่ดอยฮาง แต่เจ้าของเขาอยู่กรุงเทพฯหรือต่างจังหวัด ปีนึงมาเสียภาษีให้เทศบาลครั้ง แล้วพบว่ามีคนลักลอบขุดดินของเขาเพื่อเอาดินไปขาย…ควรถือเป็นเรื่องร้ายแรง
เห็นว่าจากนี้ไปเทศบาลจะเอาจริง ก็ขอปรบมือล่วงหน้า !
เพราะเจ้าของที่ดินที่เขาไปเป็นเจ้าของนั้น ก็เพราะเขารักชอบลักษณะพื้นที่เนิน-ดอยสวยๆของดอยฮาง เขาไม่มีอาชีพขุดดินขาย ไม่คิดทำธุรกิจบ่อดิน สักวันหนึ่งลูกหลานเขาจะเข้ามาสร้างบ้านอยู่อาศัย หรือสร้างธุรกิจรีสอร์ท ก็ถือเป็นการสร้างความเจริญให้กับพื้นที่ แม้จะเป็นพื้นที่เกษตรกรรม ถ้าสภาพเนินสวยๆไม่ถูกลอบทำลาย พื้นที่นั้นๆก็ยังจะได้รับความสนใจจากคนนอกพื้นที่อยู่ดี
เทศบาลย่อมมีข้อมูลอยู่ในมือ ใครเป็นใคร ? ใครได้รับอนุญาตใครไม่ขออนุญาต ???
เพราะบ่อดินที่ขออนุญาตถูกกฎหมาย จะต้องปักป้ายแสดงรายละเอียด ณ บ่อดินนั้นๆอยู่แล้ว การตรวจสอบยิ่งง่ายขึ้น อย่าให้เราต้องไปถึงจุดที่ว่า…ใครจะซื้อดินถมที่ต้องขอดูใบอนุญาตจากเจ้าของบ่อดินก่อน ถ้าเป็นบ่อเถื่อนก็ไม่ต้องจ้างมาถม !!
แค่ใช้กฎหมายที่มีอยู่ให้จริงจังก็พอเพียงแล้ว !
เรายังเชื่อในความร่วมมือของกันและกัน เพราะคนที่ประกอบการขุดดินขายดินก็เป็นคนในท้องถิ่น เขาก็มีสำนึกรักบ้านของเขาเหมือนกัน เราต้องแยกให้ออกก่อนดีไหม๊ ? เช่น รถที่ไม่ถูกระเบียบบางคันนั้น เป็นรถนอกเข้ามาร่วมเป็นครั้งคราว วิ่งงานเดียวก็หายหัว…พอชาวบ้านด่าก็โดนทั้งหมด !
คนลักลอบขุดดินคนอื่น ไม่ได้มีแค่จอบสองสามอัน ยังมีแบคโฮ-รถไถ-รถขน มูลค่านับล้าน ล้วนเป็นของกลางมูลค่ามหาศาล และโทษของผู้ลักลอบขุดอยู่ในขั้นรุนแรงอีกด้วย การเคลื่อนย้ายของกลางหนีออกจากพื้นที่หากถูกเข้าจับกุม-ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ
ถ้าจริงจังและจริงใจ ปัญหาทุกอย่างก็จบครับ !!
