วันเสาร์, 4 เมษายน 2569

เส้นทางชีวิตหมอณุ จากสวนดอก สู่ อุบลราชธานี เบตง เชียงราย น่าน (ตอนที่ 8 )
   

20 ก.พ. 2026
74

หน้าที่ของผู้บริหาร รพ.ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือต้องออกพบสังคมนอก รพ. ทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อเปิดตัวให้ทุกคนรู้จักและประชาสัมพันธ์งานของ รพ.

โดยบุคลิกส่วนตัวแล้วผมเป็นคนง่ายๆไม่มีฟอร์ม ชอบที่จะรู้จักคนให้มาก ชอบคุยกับคนแปลกหน้า หลากหลายอาชีพด้วยความเป็นแพทย์นั้นได้เปรียบอยู่แล้ว เพราะมีแต่คนอยากรู้จักเรา ขอเพียงเราทำตัวติดดินเข้าถึงง่ายเท่านั้น

เวลามีผู้ใหญ่หรือคนมีชื่อเสียงที่มีอิทธิพลต่อตนในจังหวัดขอร้องให้ดูแลเกี่ยวกับความเจ็บป่วย เป็นต้นว่าอยากได้ห้องพิเศษ หรือความสะดวกสบายเมื่อมา รพ. เราจะต้องรีบบริการให้ทันทีแล้วเวลาที่ รพ.ต้องการอะไรคนเหล่านี้จะเป็นผู้ช่วยที่แสนดี ผมขอให้ผู้บริหารทุกคนต้องเข้าใจในบทบาทนี้ให้ดีว่ามีความสำคัญต่อองค์กรเป็นอย่างมาก แต่ไม่ควรทำอะไรในทางที่ผิดจริยธรรมทางการแพทย์หรือขอให้แพทย์ทำในสิ่งที่ผิดจริยธรรมเช่นใบรับรองแพทย์เท็จ ผู้บริหารต้องรับผิดชอบปฏิเสธคำขอร้องที่ไม่ถูกต้อง

ผมมีโอกาสคุยกับอ.นพ.เสม พริ้งพวงแก้ว ผอ.คนแรกของ รพชร. เรื่องงานสาธารณสุขท่านบอกว่า “งานทางการแพทย์และสาธารณสุขจะไม่มีทางสำเร็จถ้าไปไม่ถึงชุมชน” ผมมีประสบการณ์การทำงานมานานพอที่จะรู้ว่าชุมชนเป็นเป้าหมายสำคัญในการแก้ไขปัญหา สธ.เราต้องคืนข้อมูลให้ชุมชนและชวนชุมชนมาช่วยกันแก้ปัญหาโดยเราเป็นผู้ให้การสนับสนุนด้านวิชาการและทุนบางส่วน ผมจึงสนับสนุน นพ.พงศ์เทพ (หมอบอย) รอง ผอ.ฝ่ายปฐมภูมิ ในงานเชิงรุกเป็นพิเศษโดยเฉพาะเรื่องอาหารปลอดภัยเนื่องจากน่านยังมีปัญหาเรื่องโรคท้องร่วง การทานอาหารไม่ถูกสุขอนามัยเช่นลาบดิบ ถือเป็นปัญหาสธ.มูลฐานที่สำคัญ โฮงบาลน่านใช้ข้าวที่ปรุงเลี้ยงคนไข้จากโรงสีข้าวพระราชทานท่าวังผา ใช้เนื้อหมูอนามัย บ้านทุ่งขามที่เลี้ยงแบบชาวบ้านไม่ต้องใช้สารเคมีหรือยาใดๆ สนับสนุนเมนูอาหารปลอดภัยที่ให้เกียรติบัตรพร้อมป้ายรับรองร้านค้าที่ปรุงอาหารได้ตามมาตรฐาน

โฮงบาลน่านไม่มีหมอผ่าตัดสมอง ทุกปีจะมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซด์ราว 60-80 คน อัตราการสวมหมวกกันน็อคต่ำกว่า 50% ทั้งๆที่เป็นกฎหมายมากว่า 13 ปี แล้วผมจึงได้เริ่มโครงการหมวกกันน็อก รุ่นพิเศษ สีม่วงสดใส ด้านหน้าเป็นโลโก้โฮงบาลน่าน ด้านหลังเป็นรูปปู่ม่านย่าม่าน เพื่อให้เป็นสัญลักษณ์เมืองน่านให้คนอยากใส่ จำหน่ายใบละ 100 บาท ในครั้งที่สมเด็จพระเทพฯ เสด็จเปิดอาคารสิริเวชรักษ์ บริษัทกลาง ทำถวาย จำนวน 300 ใบ เพื่อพระราชทานให้ ผอ.โฮงบาลน่าน ผมได้กราบทูลพระองค์ว่าครั้งแรกขอให้ อ.วินัย ปราบริปู แห่งหอศิลป์ริมน่าน เขียนเป็นรูปปู่ม่านสวมหมวกกันน็อกและให้ย่าม่านกระซิบว่าขับรถดีๆเน้อ  พระองค์ทรงพระสรวลทำให้ภาพที่บันทึกดูสวยงามและมีความหมาย ผมจึงคิดที่จะติดเพื่อให้ปชช.ได้เห็นความสำคัญที่พระองค์ทรงห่วงใย โดยติดหน้า รพ. พร้อมถ้อยคำ “ชาวโฮงบาลน่านขอชื่นชมผู้ขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ที่สวมหมวกกันน็อก” ผมเรียนปรึกษา อ.นพ.บุญยงค์ เห็นควรขอพระบรมราชานุญาตเพื่อติดทั่ว จ.น่าน ด้วย อาจารย์คิดคำให้ว่า “ด้วยพระบารมีปกเกล้าฯ เราชาวน่านพร้อมใจสวมหมวกกันน็อค” เราได้รับความร่วมมือจากเทศบาล อบจ. กองบังคับการตำรวจน่าน ให้ขึ้นคัดเอ้าท์ใหญ่ทั่วทั้งจังหวัด โดยเราส่งไฟล์ให้หน่วยงานไปทำเอง ผมพยายามที่จะสร้างวัฒนธรรมที่ดีงาม โดยไม่จำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมาย แต่คงต้องใช้เวลาและความมุ่งมั่นอีกมากเพื่อความปลอดภัยในชีวิตของ ปชช. โฮงบาลน่านเริ่มทำเป็นตัวอย่างโดยตั้งแต่ 1 พค 57 ทุกคนที่ขับขี่หรือซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์เข้าโฮงบาลน่านต้องสวมหมวกกันน็อก ถ้าเป็น จนท.รพ.ไม่ปฏิบัติตามจะถูกลงโทษหักคะแนนการประเมินผลงาน 0.5% ถ้าเป็นผู้บริหารเป็น 1% และทุกคนต้องต่อทะเบียนรถจักรยานยนต์ เพื่อใช้สิทธิเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ไม่งั้น 15,000 บาท แรกต้องออกเองเพื่อเป็นตัวอย่างให้กับ ปชช.ในการปฏิบัติตามกฎหมาย และเคารพกฎจราจร จากชีวิตที่ผ่านมายาวนานทำให้ผมได้เห็นว่า “คนเราอาจเกิดมาไม่เท่ากันแต่เวลาตายนั้นควรต้องตายอย่างสมศักดิ์ศรี” ผมจึงให้นโยบาย “good death” โฮงบาลน่านมีทีมการรักษาประคับประคอง หรือ palliative care ในการดูแลคนไข้ระยะสุดท้าย จึงต่อยอดให้โดยการที่พยายามให้คนไข้จากไปอย่างสงบในบ้านที่อาศัยมานาน บนเตียงที่นอนทุกวัน ท่ามกลางญาติสนิทมิตรสหาย มากกว่าที่จะตายใน รพ. ที่มีแต่ความวุ่นวายและคนแปลกหน้า แต่ต้องให้จากไปอย่างสงบจริง เราจึงมีทั้งเครื่องผลิตออกซิเจน เครื่องดูดเสมหะ เครื่องฉีดยามอร์ฟีนเข้าใต้ผิวหนัง ให้ยืมไว้ที่บ้าน และมีแพทย์ไปเยี่ยมที่บ้าน

กรณีเสียชีวิตที่ รพ. เราจะทำพิธีขอขมาศพและการถอดอุปกรณ์ทางการแพทย์จะต้องทำด้วยความนุ่มนวลและให้เกียรติมีการปิดม่านให้เรียบร้อย การนำร่างไปเก็บจะมีเปลที่ตกแต่งด้วยผ้าคลุมสีเขียวอ่อนมีผ้าระบายเรียบร้อย จนท.ต้องเข็นด้วยความระมัดระวังเหมือนยังมีชีวิต อาคาร “ห้องเก็บศพ” หลังเดิมอยู่ริมแม่น้ำน่านมีป้ายอาคารใหญ่เห็นแต่ไกล ตัวอาคารทาสีเหลืองเก่าๆ ดูบรรยากาศวังเวงไม่มีใครอยากเดินผ่าน ผมได้ปรับปรุงและทาสีใหม่เป็นสีเขียวและขาวให้ดูสดใสพร้อมปรับภูมิทัศน์ให้สวยงามให้ชื่ออาคารใหม่ว่า “อาคารสุขาวดี” ผมให้งดโลงศพอนาถาเนื่องจากญาติพี่น้องแม้จะจนเพียงใดคงไม่อยากใช้โลงศพอนาถา ให้ใช้โลงศพอย่างดีพอควรมีผ้าบุภายในเรียบร้อยพร้อมมีกระถางธูปและพิมพ์ชื่อติดโลงให้เรียบร้อยราคา 2,000+บาท แต่ญาติซื้อในราคาที่จ่ายได้แล้วแต่จะให้กี่บาทก็ได้เรียกเป็น “โลงศพสำหรับผู้ที่ต้องการ” พอดีมีกลุ่มบริษัทบริหารสินทรัพย์ BAM จัดทอดผ้าป่าซื้อตู้เย็นเก็บศพให้ใหม่เก็บได้ 4 ร่าง (ของเดิมผมให้ รพ.เวียงสา และเฉลิมพระเกียรติ) และก่อตั้ง “กองทุนสุขาวดี” ไว้ดำเนินการตามโครงการ มีผู้บริจาคมากมายเพื่อให้ผู้ที่จากไปไม่ต้องกังวลห่วงคนที่อยู่ข้างหลัง ผมหวังที่จะเห็น รพ. ทุกแห่งของ สธ. เป็นเช่นนี้หมดจะได้ให้บริการอย่างสมบูรณ์แบบ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า