
อุทกภัย ชักเป็นภัยใกล้ตัวเราเข้ามาทุกปีแล้ว เมื่อย่างเข้าเดือนพฤษภาคมหลายคนในพื้นที่ก็เกิดอาการหนาวๆร้อนๆนอนไม่ค่อยหลับ โดยเฉพาะคนที่เคยถูกน้ำท่วมหนักมาแล้ว !!
ปีนี้น้ำมามากเหมือนเช่นเคย เพราะพายุแต่ละลูกส่งผลกระทบหนักหน่วงเหลือกำลัง
และมิใช่แค่ในประเทศไทย เพื่อนบ้านใกล้เคียงหลายประเทศถูกถล่มหนักบ้างเบาบ้าง แบ่งๆกันไปตามที่เราท่านได้ทราบจากข่าวในห้วงที่ผ่านมา
ที่น่าสนใจและจดจำในปีนี้เห็นจะไม่พ้น“พายุวิภา” ซึ่งเป็นพายุหมุนเขตร้อนที่มีความรุนแรง มีศูนย์กลางอยู่บริเวณชายฝั่งเจียงเหมิน มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ก่อนจะเคลื่อนตัวทางตะวันตกเข้าสู่อ่าวตังเกี๋ย และขึ้นฝั่งที่เวียตนามในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา…และเริ่มอ่อนกำลังเมื่อเข้าไทย
นี่ขนาดอ่อนกำลังลงแล้วนะ…จีน ฟิลิปปินส์ ลาว เวียตนาม ไทย ฯลฯ อ่วมถ้วนทั่ว!!
ภาคเหนือตอนบนของเราได้รับผลกระทบโดยตรง เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ เกิดความกังวลจากเหตุ “น้ำท่วมซ้ำ” ในพื้นที่ชุมชนลุ่มต่ำและพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย หรือแม้ในเขตทะเลอันดามันคลื่นลมก็แรง นักท่องเที่ยวที่เกาะเฮ-ภูเก็ต ก็โดนลมแรงต้นไม้หักโค่น นักท่องเที่ยวหนีหาย การท่องเที่ยวถูกกระทบอีกทางหนึ่ง
แต่ที่น่าจดจำและน่าสนใจในครั้งนี้คือ จังหวัดน่าน!!
ครั้งนี้พายุวิภานำฝนมาตกครอบคลุมพื้นที่เกือบทั้งลุ่มน้ำน่านตอนบน ที่เป็นพื้นที่รับน้ำฝนของแม่น้ำน่าน ที่ไหลผ่านตัวจังหวัดน่าน ทำให้ปริมาณฝนเฉลี่ยทั่วพื้นที่ลุ่มน้ำมีปริมาณที่มากกว่าปกติ
นี่คือเหตุแห่งการเกิดฝน 1000 ปีและการเกิดน้ำท่วมใหญ่ในจังหวัดน่าน!!
ที่ยังให้ความสนใจเรื่องน้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ เพราะนอกจากพายุให้ผลกระทบต่อพื้นที่เศรษฐกิจอื่นๆแล้ว ด้านการสาธารณสุขของที่นั่นคือโรงพยาบาลน่าน ที่ได้รับผลกระทบมากมายและเสียหายมากจนน่าเป็นห่วง
มีรายงานข่าวเรื่องนี้มาย้อนให้ฟังกัน…ถึงเหตุการณ์น้ำท่วมโรงพยาบาลน่านที่เริ่มเมื่อเวลา 20.00 น.ของวันที่ 23 กรกฎาคม ทั้งๆที่โรงพยาบาลได้เตรียมการรับมือล่วงหน้า ด้วยการวางกระสอบทรายที่สามารถต้านน้ำได้สูงประมาณ 40 ซม.
แต่เมื่อระดับน้ำเกินกว่านั้น น้ำก็ทะลักเข้ามาอย่างรวดเร็ว ทำให้ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้
ความโกลาหลเกิดขึ้นทันที!!
เบื้องต้นโรงพยาบาลได้จัดตั้งโรงพยาบาลสนามขึ้น 2 แห่ง ได้แก่ที่กองบิน 46 และที่วัดป่านันทบุรี เพื่อรองรับผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง โดยเคลื่อนย้ายผู้ป่วยกลุ่มนี้ไปรักษาตัวที่นั่นเป็นการชั่วคราว ขณะที่ผู้ป่วยหนักบางส่วน โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องใส่ท่อช่วยหายใจจะถูกย้ายไปยังโรงพยาบาลใกล้เคียง
พื้นที่โรงพยาบาลน่านน้ำได้เข้าท่วมทุกจุด แม้ไฟฟ้าจะยังใช้การได้ดี แต่ปัญหาที่ใหญ่สุดคือ “ไม่มีน้ำใช้”
ถือว่าเป็นปัญหาที่น่ากังวลที่สุดคือ ขาดแคลนน้ำอุปโภค เพราะส่งผลต่อการใช้น้ำในโรงพยาบาล เช่น การล้างมือ และอาจนำไปสู่การแพร่ระบาดของโรคติดต่อได้ จนกระทั่งเวลาต่อมาทางเฟสบุ๊คของโรงพยาบาลน่าน ได้ออกประกาศหยุดให้บริการผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยนัดหมายทุกแผนก และการผ่าตัดที่ไม่ฉุกเฉินเป็นการชั่วคราว
ไม่มีใครตอบได้ว่าต้องใช้โรงพยาบาลสนามไปอีกนานแค่ไหน? หรือว่าน้ำจะลดลงเมื่อใด?
แม้เรื่องราวโรงพยาบาลน่านได้รับผลกระทบจากฝน 1000 ปีครั้งนี้ผ่านมาหลายวันแล้ว…แต่ยังมีความกังวลใจ ความห่วงใย จากบุคคลทั่วไปทุกพื้นที่ เพราะทราบว่าเครื่องมือแพทย์ในห้อง X-ray เสียหายหนัก เครื่องเอกซเรย์ เครื่อง CT สแกน ที่มีมูลค่าสูง“เสียหายทั้งหมด” และยังมีเครื่องมือแพทย์อื่นๆอีกไม่รู้กี่รายการ ซึ่งสำคัญต่อการช่วยเหลือชีวิตผู้ที่จะเข้าไปพึ่งโรงพยาบาล
หลายคนคงได้เห็นภาพความเสียหายที่กล่าวนั้นบ้างแล้วไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง หลังจากเจ้าหน้าที่ได้เข้าทำความสะอาดพื้นที่ และสำรวจความเสียหาย
ครับ-น้ำใจคนไทยไม่เคยแห้งเหือด ท่านใดที่พอมีกำลังทรัพย์ คนละเล็กละน้อย สามารถช่วยบริจาคกันได้ เพื่อให้โรงพยาบาลน่านได้ไปต่อนะครับ!!

