คอลัมน์ » คุยกับ… ดร.ปรีชา

คุยกับ… ดร.ปรีชา

8 มีนาคม 2024
99   0

21. ทัศนคติของสมาชิกในครอบครัวต่อผู้สูงอายุด้านการทำงาน

หัวข้อนี้มีวัตถุประสงค์ให้ผู้สูงอายุประเมินตนเองว่าสมาชิกในครอบครัวมีทัศนะ หรือมองตัวผู้สูงอายุอย่างไร ผลการศึกษาพบว่า ผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่กับบุตรหลาน มีทัศนคติที่ดีต่อลูกหลาน โดยมีความเชื่อว่าสมาขิกในครอบครัว มีความผูกพัน ให้ความเคารพและต้องการให้ผู้สูงอายุได้ใช้เวลาที่เหลือให้สบายที่สุด โดยการพักผ่อนไม่ต้องทำอะไรที่จะเป็นผลกระทบต่อสุขภาพ เพราะผู้สูงอายุได้ทำงานมามากแล้ว ถึงเวลาที่ควรอยู่เฉยๆ ไม่ต้องทำอะไร เพราะอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ แต่ผู้สูงอายุก็อดไม่ได้ที่จะทำงาน และเลือกทำงานที่เบาๆ เช่น ขอให้ช่วยเลี้ยงหลาน ผู้สูงอายุส่วนใหญ่จะทนไม่ได้ที่จะนั่งนอนอยู่เฉยๆ จึงมักจะทำงานเหมือนเดิมที่เคยทำมาก่อน เช่น ผู้สูงอายุหญิงก็ยังคงรับผิดชอบงานบ้านอยู่เหมือนเดิม ส่วนผู้สูงอายุชายจะทำงานนอกบ้าน และบางคนก็ทะงานบ้านได้เช่นกัน สำหรับผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวหรือมีปัญหาสุขภาพ หลายคนที่ทำงานเล็กๆ น้อยๆ หรือเฝ้าบ้าน เป็นหูเป็นตา เวลาที่สมาชิกในครอบครัวออกไปทำงานนอกบ้าน ได้แสดงให้เห็นถึงความคิดหรือทัศนะของสมาชิกในครอบครัวที่มีต่อผู้สูงอายุ ดังนี้

แสดงทัศนะของสมาชิกในครอบครัวต่อผู้สูงอายุ                                           

  1. เรื่องสุขภาพ
    1.1 ไม่ต้องการให้ทำงานเพราะเกรงว่าจะเหนื่อย และเจ็บป่วย
    1.2 ไม่ต้องการให้ทำงานเพราะสายตาไม่ดี
    1.3 ไม่ต้องการให้ไปไหนเพราะอยากให้อยู่บ้านพักผ่อนอย่างเดียว
    1.4 ไม่ต้องการให้ทำงานเพราะอาจมีอันตรายได้
    1.5 ไม่ต้องการให้ทำงานเพราะถ้าเกิดเจ็บป่วยจะยิ่งเป็นภาระ
    2. เรื่องการทำงาน
                2.1 ไม่ต้องการให้ทำงานใดๆ ต้องการให้อยู่เฉยๆ
    2.2 ไม่ให้ไปทำไร่ทำนา แต่ให้ทำงานบ้านได้บ้าง
    2.3 ให้ช่วยเลี้ยงหลาน
    2.4 ให้ทำงานบ้านได้บ้างเท่าที่จะทำได้
    2.5 ไม่ค่อยห้ามเพราะยากจน ต้องช่วยกันทำมาหากิน
    2.6 มีอิสระจะทำงานหรือไม่ทำก็ได้ ลูกหลานไม่ว่าอะไร แต่อยากแบ่งเบาภาระลูกหลานเพราะยังพอมีแรงทำงานได้อยู่
    2.7 ถูกห้ามมิให้ทำงานใดๆ แต่แอบทำเสมอถ้ามีโอกาส เวลาที่ลูกหลานไม่อยู่
    2.8 ไม่อยากให้ทำงานหนัก เพราะเห็นว่าอายุมากแล้ว
    2.9 ลูกหลานไม่ค่อยยุ่ง หรือเป็นห่วง เพราะยังช่วยตัวเองได้ดี
    2.10 ลูกหลานให้ทำงานเบาๆ เพราะถือว่าเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่ง
    2.11 ลูกหลานเป็นห่วง บังคับให้พักผ่อน เพราะทำงานมานานแล้ว
    2.12 ต้องการให้พักผ่อนไม่ให้ทำงานใดๆ เพราะเป็นหน้าที่ของลูกๆ ที่จะต้องเลี้ยงพ่อแม่
    3. เรื่องจิตใจ
                3.1 เอาใจใส่ ถามไถ่ดูแล มาเยี่ยมเสมอ
    3.2 ดูแลเอาใจใส่ให้ข้าวปลาอาหารการกินไม่บกพร่อง,
    3.3 ตามใจทุกอย่าง แต่ขอร้องมิให้ทำงานหนัก
    3.4 ยกย่องเพราะเป็นแม่ จะทำอะไรก็ได้
    3.5 ลูกหลานให้ความเคารพให้กำลังใจ ซื้อของมาฝากสม่ำเสมอ

ทัศนะของสมาชิกในครอบครัวต่อผู้สูงอายุแทบทั้งหมดมีทัศนะในทางบวกมีเพียงรายเดียวที่มองว่า ลูกๆ ไม่ได้ให้ความสนใจและมองว่าตนเป็นคนน่ารังเกียจ รุ่มร่าม ส่วนอีกสองรายเป็นผู้สูงอายุที่อยู่ตัวคนเดียวเป็นหม้าย จึงไม่ได้แสดงความคิดเห็นอย่างไร และรายสุดท้ายได้อธิบายว่าลูกไม่ว่าอะไรเพราะปกติเวลาที่อยู่ด้วยกันก็ไม่ค่อยพูดกันจึงไม่ทราบว่าลูกหลานจะคิดอย่างไร 

22 อุปสรรคต่อการดำเนินชีวิตของผู้สูงอายุ

ภายหลังเมื่อเป็นผู้สูงอายุสถานภาพและบทบาท เริ่มเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพความเสื่อมของร่างกายที่ตรากตรำงานมาตลอด ตั้งแต่วัยเด็ก วัยรุ่น วัยแรงงาน มาจนถึงปัจจุบันที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ประเด็นที่ต้องการทราบจากผู้สูงอายุขณะนี้คือ ความคิดเห็นต่อการดำเนินชีวิตเมื่อเริ่มเป็นผู้สูงอายุ มีอุปสรรคปัญหาต่อการดำเนินชีวิตหรือไม่เพียงใด และเพราะอะไรจึงคิดเช่นนั้น ผลจากการศึกษาผู้สูงอายุทั้งหมดพบว่ามีเพียง 24 รายเท่านั้นที่ตอบว่า “ไม่เป็นอุปสรรค” ต่อการดำเนินชีวิต ขณะที่ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ตอบว่า “เป็นอุปสรรค” ต่อการดำเนินชีวิต ผู้สูงอายุอีกกลุ่มหนึ่ง ไม่แสดงความคิดเห็น เหตุผลที่ผู้สูงอายุได้ชี้แจงสามารถสรุปได้ดังนี้

  1. เหตุผลที่ไม่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินชีวิต

ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ในกลุ่มนี้ (24 ราย) ได้ตอบว่าการเป็นผู้สูงอายุเป็นเรื่องปกติตาธรรมชาติ ตามสังขารที่ร่วงโรย โดยยอมรับสภาพของร่างกายได้มีข้อจำกัดอย่างไร โดยไม่ต้องการฝืนความเป็นจริง ผู้สูงอายุคนหนึ่งได้ให้คำอธิบายเชิงอุปมาอุปมัยทางการแบ่งเกณฑ์อายุของมนุษย์ว่า

  1. อายุ 15 – 30 ปี มนุษย์ใช้ชีวิตเหมือนควาย คือต้องทำงานหนัก
  2. อายุ 31 – 45 ปี มนุษย์ใช้ชีวิตเหมือนลิง อยากได้ทุกๆ อย่าง
  3. อายุ 46 ปีขึ้นไป มนุษย์มีชีวิตเหมือนหมาหวงก้าวเฝ้าหวงแหน แม้กินไม่หมดก็ยังหวง

ดังนั้นทุกคนย่อมจะต้องยอมรับสภาพความเป็นจริงที่ทุกคนวิ่งเข้าหาความแก่ตลอดเวลา ถ้าสามารถปรับตัวเองได้ก็ไม่มีปัญหา จากคำตอบที่ “ไม่เป็นปัญหา” ทั้งหมดสามารถสรุปเหตุผลได้คือ

  1. ยอมรับสภาพการเป็นผู้สูงอายุ แม้จะไม่ได้ทำงานหนักเหมือนเดิม แต่ก็ทำตามพละกำลังที่ตนเองยังสามารถทำได้ขณะปัจจุบัน
  2. แม้ว่าร่างกายจะทนสภาพการทำงานหนักไม่ได้ หรือมีสุขภาพอ่อนแอ แต่จิตใจยังเข้มแข็งก็ยังคงสามารถมีชีวิตอย่างมีความสุขได้
  3. เป็นเรื่องธรรมชาติที่หลีกหนีไม่พ้นเป็นวัฏสงสาร เกิด แก่ เจ็บ ตาย
  4. ไม่เป็นอุปสรรค เพราะมีลูกหลานดี เลี้ยงดูอย่างไม่มีข้อบกพร่อง
  5. ร่างกายยังแข็งแรงพอทำงานได้ ไม่ต้องอยู่เฉยๆ รอวันตาย
  6. แม้จะมีโรคประจำตัว เหนื่อยง่าย ทำงานไม่ไหว แต่ยังไปไหนมาไหนได้และไปวัดทำบุญได้
  7. ไม่เป็นอุปสรรคเพราะสามารถแบ่งเบาภาระหน้าที่ในบ้านช่วยลูกหลานได้
  8. ไม่เป็นอุปสรรคแม้จะตามัว เดินไม่สะดวก ก็สามารถใช้ไม้เท้าได้ หูดี ฟังชัดเจน
  9. ไม่เป็นอุปสรรคแม้จะอายุกว่า 70 ปี ก็สามารถทำงานได้เหมือนคนหนุ่มสาว

เหตุผลดังกล่าวข้างต้น ชี้ให้เห็นว่าผู้สูงอายุที่ตอบว่าไม่เป็นอุปสรรคเพราะ (1) ยอมรับว่าการเป็นผู้สูงอายุเป็นเรื่องปกติธรรมชาติ (2) แม้ว่าร่างกายจะอ่อนแอ แต่ถ้าจิตใจเข้มแข็งสามารถฟันฝ่าอุปสรรคได้ (3) มีลูกหลานดีคอยดูและเอาใจใส่ไม่รู้สึกเป็นอุปสรรคใดๆ (4) ร่างกายยังคงแข็งแรงทำงานได้อย่างปกติ (5) ไม่รู้สึกหวั่นวิตกต่อการเป็นผู้สูงอายุเพราะทำงานได้ไม่มากก็น้อย

  1. เหตุผลที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินชีวิต

กลุ่มผู้สูงอายุส่วนใหญ่ ได้แสดงความคิดเห็นว่าการเป็นผู้สูงอายุนั้นนับเป็นอุปสรรคปัญหาต่อชีวิตมาก โดยเน้นที่การมีสุขภาพร่างกายที่อ่อนแอ ไม่มีแรงทำงาน และไม่สามารถดำเนินชีวิตได้เหมือนเดิม ในกลุ่มที่ตอบว่าเป็นอุปสรรคต่อชีวิต สามารถจำแนกประเด็นเหตุผลต่างๆ ได้ดังนี้

  1. ภาวะสุขภาพ
    1.1 มีสุขภาพร่างกายอ่อนแอ ไม่มีเรี่ยวแรงเหมือนเมื่อก่อน
    1.2 ไปไหนมาไหนไม่สะดวก เชื่องช้า ไม่รวดเร็วเหมือนเดิม
    1.3 เจ็บป่วยบ่อย ไม่มีกำลังต่อสู้กับโรค
    1.4 สุขภาพเสื่อมโทรม ปวดเมื่อยเนื้อตัว ข้อ เข่า และหลัง
    1.5 มีโรคประจำตัว ปวดเข่า ช่วยตัวเองไม่ได้
    1.6 สุขภาพเสื่อม วิงเวียนเป็นลม ไปไหนมาไหนไม่ได้
    1.7 ทักคนผิด ฟังไม่ชัด ลำบากใจในการดำเนินชีวิต
  2. การทำงาน
    2.1 ทำงานไม่ได้ เหนื่อยง่าย
    2.2 ทำงานได้แต่น้อยลง ทำให้มีรายได้ลดลง
    2.3 ไม่สามารถประกอบอาชีพได้เหมือนเดิม ไม่มีรายได้เลย
  3. กิจกรรมทางสังคม
    3.1 ต้องพึ่งพิงผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา ทำอะไรด้วยตัวเองไม่ได้
    3.2 ไม่มีโอกาสไปร่วมกิจกรรมทางสังคมกับเพื่อนๆ และญาติ
  4. ภาวะจิตใจ
    4.1 ทำอะไรไม่ได้ดั่งใจ ความคิดความอ่านเชื่องช้า ไม่ทันเหตุการณ์
    4.2 กินไม่ได้นอนไม่หลับ ต้องไปหาหมอเสียเงินทอง
    4.3 หงุดหงิดใจที่ทำอะไรไม่ได้ อารมณ์เสียบ่อยๆ
    4.4 ต้องอยู่บ้านเฉยๆ เหมือนรอความตาย ดูตัวเองแล้วไม่มีค่า
    4.5 หลงลืมง่าย ทำให้ทะเลาะกับลูกหลานเพราะความจำเสื่อม

เหตุผลดังกล่าวข้างต้น ส่วนใหญ่เน้นที่สุขภาพอนามัยของผู้สูงอายุที่มีร่างกายเสื่อมโทรม อ่อนแอ และเจ็บป่วยด้วยโรคภัยไข้เจ็บ ทำให้ลดทั้งบทบาทและหน้าที่การงานที่เคยเป็นผู้ผลิตมาเป็นผู้ที่ต้องพึ่งพิงลูกหลานให้เลี้ยงดู ผู้สูงอายุยอมรับว่า “การเป็นผู้สูงอายุ” เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินชีวิต เช่น ทำงานได้น้อยลง รายได้ลดลง หรือไม่มีรายได้เลย

นอกจากนี้ยังสัมพันธ์กับการเดินทางไปไหนมาไหนที่ไม่สะดวก รวดเร็ว ผู้สูงอายุบางคนถึงกับกล่าวว่าต่อไปจะอยู่ได้อย่างไร คงจะเป็นปัญหาแก่ลูกหลานมากยิ่งกว่านี้ คงจะไม่มีใครมาดูแล เพราะทุกคนต้องช่วยเหลือตัวเอง โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว จะให้เหตุผลว่าเกรงใจลูกหลานที่ต้องแบกภาระเลี้ยงดู บางคนบ่นอยากตายเพราะคิดว่าตัวเองไม่มีประโยชน์ แม้อยากจะไปวัดทำบุญก็หมดโอกาส ทำให้ต้องคิดมาก แม้ว่าขณะนี้ยังไม่เกิดปัญหาอย่างแท้จริง แต่ในอนาครถ้าแก่ตัวมากกว่านี้จะลำบากมากกว่านี้แน่นอน



เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า