คอลัมน์ » ประสิทธิภาพของวัคซีนป้องกันโควิด-19

ประสิทธิภาพของวัคซีนป้องกันโควิด-19

24 มิถุนายน 2021
476   0

24 มิ.ย. 64

หลังมีข่าว จนท.รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ติดโควิด40ราย มีทั้งแพทย์ นักศึกษาแพทย์ พยาบาล ผู้ช่วยเหลือคนไข้ และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องทั้งๆที่เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ได้รับการฉีดวัคซีนครบ2เข็มแล้ว

ทำให้เพื่อนๆและคนที่รู้จักถามผมมามากมายว่าทำไมฉีดวัคซีนป้องกันโควิดครบ2เข็มแล้วยังติดเชื้อโควิดได้ เป็นเพราะวัคซีนที่ฉีดไม่มีประสิทธิภาพหรือเปล่า?

ผมเคยบอกกับทุกคนแล้วว่าวัคซีนที่ฉีดถึงแม้ว่าจะฉีด1เข็มหรือครบ2เข็มแล้ว ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ติดเชื้อ เพียงแต่จะลดโอกาสติดเชื้อ ประสิทธิภาพของวัคซีนในการป้องกันการติดเชื้อนั้นขึ้นกับหลายปัจจัย เป็นต้นว่าสายพันธุ์ของเชื้อโควิดที่ได้รับ ชนิดของวัคซีน และความแข็งแรงของร่างกาย เช่นเดียวกับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่ฉีดกันทุกปี ส่วนใหญ่ก็ขึ้นกับว่าสายพันธุ์ไหนจะเกิดการระบาดในปีนั้น ไม่สามารถป้องกันได้ทุกสายพันธุ์ ทำให้ยังป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ได้ แต่มีโอกาสน้อยและอาการไม่รุนแรง

ดังนั้นไม่ว่าวัคซีนป้องกันโควิดชนิดใดที่มีอยู่ในขณะนี้ทั่วโลก หลังฉีดครบ2เข็มแล้ว ก็ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อโควิดได้100%

ประเทศไทยขณะนี้มีวัคซีน3ชนิดได้แก่ ซิโนแวค แอสตร้า ซีเนก้า และซิโนฟาร์ม ก็เช่นเดียวกัน ทั้ง3ชนิดแม้ว่าจะฉีดครบ2เข็มแล้วก็ยังคงติดเชื้อได้ เพียงแต่มีโอกาสติดเชื้อลดลง และเมื่อติดเชื้อจะลดการป่วยคือไม่มีอาการอะไร ยังคงทำงานได้ตามปกติ ในรายที่ป่วยจะลดอาการรุนแรง ลดการเข้ารักษาตัวในหอผู้ป่วยหนัก(ICU) ลดการใช้เครื่องช่วยหายใจ และที่สำคัญที่สุดคือลดการเสียชีวิต ได้อย่างชัดเจน เหมือนกับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ ที่มีอาการก็ไม่รุนแรง รวมถึงคนที่มีปอดอักเสบก็ไม่มีอาการรุนแรงเช่นกัน

สิ่งสำคัญที่ผมเคยเตือนไว้คือเมื่อฉีดวัคซีนไม่ว่าจะฉีดเข็มที่หนึ่งหรือฉีดครบ2เข็มแล้ว ยังต้องปฏิบัติตัวตามแนวทางวิถีชีวิตใหม่(new normal) คือใส่หน้ากากอนามัยเมื่อต้องพบกับคนอื่น ล้างมือด้วยสบู่หรือทาแอลกอฮอล์บ่อยๆเว้นระยะห่างคนอื่น1-2เมตรและหลีกเลี่ยงการเดินทางไปที่ต่างๆ กรณีที่มีความจำเป็นต้องเดินทางไปต่างจังหวัดเมื่อกลับมาแล้วจะต้องปฏิบัติตัวตามแนวทางของจังหวัดอย่างเคร่งครัด

สำหรับบุคลากรทางการแพทย์หรือคนที่ต้องดูแลคนป่วยหรือผู้สูงอายุจะต้องปฏิบัติตัวตามแนวทางการป้องกันการติดเชื้ออย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะคนที่ฉีดวัคซีนแล้ว เนื่องจากอาจมีการติดเชื้อโควิดโดยไม่มีอาการจะทำให้แพร่เชื้อไปให้ผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่มีภูมิคุ้มกันโรคต่ำจะทำให้ติดเชื้อและมีอาการรุนแรงซ้ำเติมโรคเดิมได้

การฉีดวัคซีนจึงยังคงมีความสำคัญอย่างที่สุดโดยเฉพาะในการที่รัฐบาลประกาศเปิดประเทศเพื่อรับนักท่องเที่ยวภายในเดือนตุลาคมนี้นั้น จำเป็นจะต้องฉีดวัคซีนให้ได้ถึง50ล้านคน(มากกว่า70%ของประชากร) จึงจะมั่นใจได้ว่าปลอดภัย

ผมจึงขอเชิญชวนให้ทุกคนมาฉีดวัคซีนโดยลงทะเบียนตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข หรือตามช่องทางของจังหวัด ไม่จำเป็นต้องเลือกวัคซีน ให้เป็นหน้าที่ของจนท.ในการจัดสรรวัคซีนให้แต่ละกลุ่ม ซึ่งผมเชื่อว่านับแต่นี้ไปจะมีวัคซีนเพียงพอสำหรับคนไทยอย่างแน่นอน

สำหรับหญิงตั้งครรภ์ขณะนี้พบว่ายังมีคนที่แสดงความจำนงที่จะฉีดวัคซีนน้อยมาก ผมขอประชาสัมพันธ์ให้มาฉีดกันทุกคนนะครับ ทางราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทยได้มีประกาศให้ความมั่นใจว่าคนท้องสามารถฉีดวัคซีนได้ โดยสามารถถามรายละเอียดได้จากสูติแพทย์ และพยาบาลที่คลินิกฝากครรภ์ ทุกแห่ง เนื่องจากพบว่าถ้าติดเชื้อขณะตั้งครรภ์จะทำให้เกิดอันตรายต่อแม่และเด็กในครรภ์ได้โดยเฉพาะแม่ที่มีโรคประจำตัวหรือมีภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์ ที่สำคัญถ้ามาคลอดบุตรขณะที่ติดเชื้อโควิด จะสร้างความยุ่งยากในการป้องกันการแพร่เชื้อขณะคลอด(ทั้งห้องคลอด และห้องผ่าตัดในกรณีที่มีข้อบ่งชี้)และไม่สามารถเลี้ยงดูลูกในระยะแรกเหมือนคุณแม่ทั่วไป

อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญคือการใช้หน้ากากอนามัย ถ้าเป็นแบบกระดาษควรใช้แล้วทิ้งเลยเพราะอาจมีเชื้อโรคเปื้อนอยู่ทั้งด้านในและนอก ถ้านำมาใช้ซ้ำอาจก่อให้เกิดโรคกับร่างกายได้ โดยเฉพาะโรคทางเดินหายใจ หน้ากากอนามัยชนิดที่เป็นผ้าหลังจากใช้แล้วควรซักและตากแดดให้แห้งก่อนนำมาใช้ใหม่

ในกรณีที่ต้องอยู่ร่วมกับคนอื่นในพื้นที่ปิด เช่น ในห้องแอร์ หรือขณะอยู่บนเครื่องบิน ตัวผมเองจะใส่หน้ากากอนามัย2ชั้น โดยใส่แบบกระดาษไว้ชั้นในและใส่หน้ากากผ้าไว้ชั้นนอกอีกชั้นหนึ่ง เมื่อกลับถึงบ้านจะถอดชั้นในที่เป็นกระดาษทิ้ง ชั้นนอกที่เป็นผ้าจะถอดซักและตากแดดให้แห้งก่อนนำมาใช้ใหม่

ทั้งหมดนี้ถือเป็นความปรารถนาดีจากผมในฐานะแพทย์คนหนึ่งและในฐานะของคนเชียงราย อยากให้บรรยากาศดีๆได้กลับมาเหมือนเดิมอีกครั้งโดยเร็ว เพื่อที่เราจะได้ใช้ชีวิตตามปกติ เด็กๆมีโอกาสได้ไปโรงเรียน เรียนหนังสือในห้องเรียนกับครูที่จับต้องได้ ได้เล่นกีฬา พบปะกับเพื่อนๆ ทุกคนมีโอกาสได้พบปะสังสรรค์กับคนใกล้ชิด สามารถจัดประชุมแบบเห็นหน้าเห็นตาซึ่งจะได้ประโยชน์กว่าการประชุมออนไลน์ ที่สำคัญเศรษฐกิจจะได้กลับมาเหมือนเดิม หลายๆคนในการระบาดระลอก3นี้ เงินที่สะสมไว้หมดแล้ว ถ้าหาเงินเพิ่มใหม่ไม่ได้ในระยะเวลาอันใกล้นี้คงจะทำให้อัตราการป่วยเป็นโรคซึมเศร้าหรือฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

ผมเชื่อเสมอว่าคนไทยจะผ่านพ้นวิกฤติโควิดในครั้งนี้ไปได้ด้วยดี เพราะทุกคนรู้จักแบ่งปันกัน คนมีมากแบ่งปันให้คนมีน้อย คนมีน้อยแบ่งปันให้คนที่มีน้อยกว่า

พึงระลึกไว้เสมอว่า

“คนเราเกิดมาเพื่อแบ่งปัน”

(Born to share)

ชวนกันไปฉีดวัคซีนนะครับ

“ขอบคุณที่เป็นคนดี”

หมอณุ