คอลัมน์ » นายแพทย์พิษณุ ขันติพงษ์ แนะนำการปฏิบัติตัว ในสถานการณ์ โรค COVID 19

นายแพทย์พิษณุ ขันติพงษ์ แนะนำการปฏิบัติตัว ในสถานการณ์ โรค COVID 19

10 มีนาคม 2020
1736   0

 

เรียนรู้จากเชื้อโควิด-19

9 มีนาคม 2563

            ในสถานการณ์ปัจจุบันที่กำลังมีการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า (โควิด-19) ทำให้เกิดผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของผู้คนเป็นจำนวนมาก หลายคนหวาดวิตกเกินกว่าเหตุ หลายคนถือโอกาสแสวงหาผลประโยชน์ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เราได้เรียนรู้มากมาย ผมถือโอกาสนำมาเล่าสู่กันฟังพอสังเขป

  1. มีข่าวปลอม ที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดมากมาย หลายข่าวมีการอ้างสถาบันการศึกษาหรือหน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งไม่รู้ว่าคนที่สร้างข่าวปลอมนี้มุ่งหวังผลอะไร ทำให้คนที่อ่านหลายคนเข้าใจผิดและส่งต่อๆกันให้เพื่อนๆ ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในวงกว้าง แม้ว่าจะมีหน่วยงานที่รับผิดชอบออกมาชี้แจงว่าเป็นเรื่องไม่จริง แต่ก็ยังไม่สามารถลบความเชื่อผิดๆ นี้ไปได้
  2. เกิดความตื่นตระหนก หวาดกลัวเกินเหตุ ทั้งที่กระทรวงสาธารณสุขได้ชี้แจงสถานการณ์การตรวจพบผู้ป่วยเป็นรายวัน ก็ยังมีกระแสข่าวลือผิดๆ ออกมาสร้างความปั่นป่วนให้ประชาชนตลอด หลายรพ.เดือดร้อนมากเพราะชาวบ้านเชื่อข่าวลือว่ามีผู้ป่วยมานอนอยู่ในรพ. เกิดความหวาดผวาไม่กล้ามารพ.ตามที่แพทย์นัด และทำให้เกิดความวิตกกังวลไปทั้งเมือง
  3. ทั้งๆ ที่กระทรวง สธ.ชี้แจงตั้งแต่แรกว่าการแพร่กระจายเชื้อนี้เป็นแบบสัมผัสโดยตรง ไม่ได้ติดเชื้อไวรัสทางอากาศ แต่เป็นละอองขนาดใหญ่ของน้ำมูก เสมหะ จากการไอจาม ซึ่งจะอยู่เพียงระยะ1-2เมตร ประชาชนทั่วไปจึงควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่มีคนมากๆ ควรล้างมือบ่อยๆด้วยสบู่หรือใช้แอลกอฮอล์เจลเช็ดมือเพื่อฆ่าเชื้อไวรัสที่อาจไปสัมผัสตามที่ต่างๆแล้วมาสัมผัสบริเวณใบหน้าเป็นเหตุให้ติดเชื้อได้ ในกรณีที่จำเป็นต้องเข้าไปอยู่ในที่มีคนจำนวนมาก ควรใส่หน้ากากที่ทำจากผ้าเพราะหาได้ง่าย ทำเองได้ ซักใช้ใหม่ได้ ไม่จำเป็นต้องหาซื้อหน้ากากอนามัยที่ใช้ทางการแพทย์ เป็นเหตุให้ขาดตลาด เกิดการกักตุนเพื่อเก็งกำไร ซึ่งหน้ากากอนามัยทางการแพทย์นั้นควรให้บุคลากรทางการแพทย์ใช้เนื่องจากมีความเสี่ยงในการติดเชื้อมากกว่า เพราะใกล้ชิดผู้ป่วยที่เป็นโรคทางเดินหายใจต่างๆด้วย
  4. สำหรับคนที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้แก่คนที่เดินทางมาจากประเทศที่มีการระบาดของโรคจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม(อย่างน้อยก็คนใกล้ชิดในครอบครัว)จำเป็นจะต้องกักตัวเองอย่างเข้มงวด และปฏิบัติตามคำแนะนำของจนท.สธ.อย่างเคร่งครัดจนกว่าจะครบ14วัน เพื่อไม่ให้เชื้อที่อาจได้รับมาและยังไม่แสดงอาการแพร่ไปสู่คนอื่น
  5. สำหรับคนที่มีอาชีพค้าขายอุปกรณ์ทางการแพทย์เช่นหน้ากากอนามัย ไม่ควรมีการกักตุนสินค้าเพื่อให้เกิดความขาดแคลนจะได้มีโอกาสทำกำไรมากขึ้น เป็นการหาเงินบนความทุกข์ของคนอื่นซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง สังคมจะเกิดการปั่นป่วน แตกแยก ทำให้เกิดความวุ่นวายได้
  6. โรงแรม ห้างสรรพสินค้า ตลอดจนรถไฟฟ้าหรือสถานที่ที่มีคนมาใช้บริการมากควรมีการทำความสะอาดพื้นที่ใช้สอยเพื่อทำลายเชื้อไวรัสที่อาจติดตามพื้นผิว ซึ่งคนมาใช้บริการอาจสัมผัสได้ วันละหลายครั้ง เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไวรัส

สรุปแล้วผมเชื่อว่าคนไทยสามารถผ่านเหตุการณ์นี้ได้เพียงแต่ขอให้ทุกคนทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดและสอนลูกหลานเราให้มีความรับผิดชอบต่อสังคม อย่าทำอะไรตามอำเภอใจ จะทำให้เกิดการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19ในวงกว้างได้

ผมขอชื่นชมกระทรวงสธ.ที่มีการวางแผนเตรียมรับปัญหานี้เป็นอย่างดี อยากให้กำลังใจในการทำงานต่อไป ขอให้ยึดมั่นในหลักวิชาการและถือเอาสุขภาพความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ

“ขอบคุณที่เป็นคนดี”

นพ.พิษณุ ขันติพงษ์