คอลัมน์ » Humannized health care/การดูแลผู้ป่วยด้วยหัวใจบนพื้นฐานของความรู้

Humannized health care/การดูแลผู้ป่วยด้วยหัวใจบนพื้นฐานของความรู้

20 พฤษภาคม 2019
631   0

“ การเยี่ยมบ้านภารกิจที่ต้องทำด้วยหัวใจ”

            ภารกิจสำคัญในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและการช่วยเหลือทางการแพทย์แก่ผู้ประสบอุทกภัย การรับบริการจากผู้ให้บริการเช่นคนชราคนชราที่ต้องนอนติดเตียงตลอดเวลา

ทีมผู้เยี่ยมชมบ้านด้วยความช่วยเหลือจากแพทย์พยาบาลเภสัชกรนักสังคมสงเคราะห์ทันตแพทย์นักกายภาพบำบัดผู้มีความสามารถในการดูแลสุขภาพและการดูแลสุขภาพ หรือผู้ดูแลในเรื่องการดูแลผู้ป่วยเพื่อประโยชน์อย่างเต็มที่โดยจะต้องมีการเตรียมการ ดูรายละเอียดข้อมูลต่าง ๆ ที่มีความสำคัญจำเป็นที่จะต้องมีการทำงานเป็นเครือข่ายเช่นอาศัยอสม. (อาสาสมัครประจำหมู่บ้านประจำหมู่บ้าน) ประโยชน์ของผู้รับผิดชอบเป็นสำคัญ

การเยี่ยมบ้านแล้วไม่เพียงเกิดประโยชน์ต่อผู้คนเท่านั้นหากเราสร้างเครือข่ายที่เป็นเอกสิทธิ์ให้กับการพัฒนาสังคมที่มีอยู่ในสังคม (อาสาสมัครพัฒนาสังคม) เป็นผู้ การประสานงานเพื่อช่วยในการหารายได้และสวัสดิการกระทรวงเกษตรสามารถให้ความรู้ด้านการใช้พื้นที่เพื่อการเพาะปลูก ช้อปหรือเพิ่มรายได้ให้กับคนในชุมชนเช่นการทำสปาเพื่อการดูแลรักษาคนในชุมชนโดยการจ้างคนในท้องถิ่นเพิ่มการทำงานให้กับคนในชุมชน ในเมืองต้นแบบ

ผมพบว่าผลพลอยได้ที่มีอยู่มากมายในบ้านของทีมงานก็คือความสัมพันธ์ที่ดีงามของคนในครอบครัวที่สูญเสียไปในบางครอบครัวกลับคืนมา เกิดความอบอุ่นในครอบครัวทั้งยังเกิดความสัมพันธ์ในชุมชนช่วยกันดูแลผู้สูงอายุที่ช่วยตัวเองไม่ได้เกิดมาเป็นชุมชนเข้มแข็งเหมือนกัน เมื่อครั้งในอดีตจะแก้ไขปัญหาสังคมหลาย ๆ ปัญหาที่เกิดขึ้นในครอบครัวหรือชุมชนเช่นความรุนแรงในครอบครัวและยาเสพติดติดตั้งได้อย่างยั่งยืน

หลายครั้งที่ทีมเยี่ยมบ้านรู้สึกไม่สบายใจผู้ดูแลรักษาตัวเองไม่ได้รับความช่วยเหลือในการดูแลตัวเองหรือปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ดูแลตัวเอง การดูแลรักษาผู้ป่วยด้วยโรคร้ายเหล่านี้มักจะเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเพื่อความปลอดภัย คนที่ฉันเคยได้ยินมาพยาบาลคนหนึ่งที่อยู่ในทีมบอกเล่าถึงประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยเป็นโรคต่างๆได้เช่นกัน ตรวจพบเชื้อวัณโรคในประเทศอินเดียเพื่อการแพร่กระจายเชื้อวัณโรคให้คนอื่นได้รับการรักษาพยาบาล านานพอควรแล้วจึงเอาใจใส่ไปเยี่ยมทุกวันเช้าเย็นจนพบว่าผู้ป่วยไม่ได้ทานยาเลยเมื่อให้ทานยาต่อหน้าก็จะไม่ยอมกลืนยาเนื่องจากไม่ต้องการมีชีวิตอยู่ต่อไป ผู้ตายเล่าให้ฟังว่ายาเสียชีวิตมานานแล้ว แต่เดิมมีลูกสาวคนหนึ่งที่ได้รับการเยียวยาในเมืองและไม่ติดต่อมาอีกครั้ง ทานยาทุกวันโดยเธอจะดูแลตลอดเวลาเพื่อทำหน้าที่แทนลูกสาวและจะพยายามหาลูกสาวที่จะหาสิ่งที่เขาค้นพบในไม่กี่สัปดาห์ต่อมา แจ่มใสสามารถลุกขึ้นมาจากเตียงและใช้งานได้ดีทั้งยังบอกว่าเธออยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกครั้งที่เห็นเธอมาดูแลเอาใจใส่เหมือนเป็นลูกสาวตัวเองและมีความหวังที่จะพบกับลูกสาว ด้วยความรักที่มีต่อลูกสาวของเธอในที่สุดและได้รับการบอกกล่าวถึงการเดินทางครั้งต่อไป ใดไม่ทอดทิ้งผู้ป่วยดูแลผู้ป่วยด้วยความเห็นอกเห็นใจและปรารถนาดีจนผู้ป่วยยอมแพ้ต่อความพยายามของเธอผมอยากเห็นพวกเราทุกคนเป็นเช่นนี้

ผู้ป่วยเหล่านี้ไม่ต้องการที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปแล้วการที่เราจะรักษาให้ได้ผลจำที่จะต้องทำให้มีศรัทธาอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป ด้วยการรู้สึกว่ายังมีศักดิ์ศรีและมีคุณค่าในสังคม ผมเคยเสนอทีมงานว่าอยากให้ทำโครงการ”มิตรต่างวัย” นำเอาเด็กและเยาวชนไปเยี่ยมในวันหยุด อ่านหนังสือให้ฟัง ชวนพูดคุยและถามถึงเรื่องราวต่างๆในอดีต ให้ผู้ป่วยซึ่งผ่านประสบการณ์ชีวิตมามากมายได้เล่าให้คนรุ่นหลังฟังเกี่ยวกับเรื่องราวในอดีต จะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกว่าตนเองยังมีประโยชน์ต่อสังคม ชีวิตยังมีศักดิ์ศรีและมีคุณค่า อยากที่จะมีชีวิตต่อไป การรักษาจึงจะประสบความสำเร็จ

เมื่อครั้งที่ผมยังทำงานเป็นผอ.รพ.น่านนั้นผมจำได้ว่าในช่วงฤดูฝนจะมีน้ำป่าหลาก ระดับน้ำจะสูงขึ้นเร็วมากจนทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันได้ ครั้งหนึ่งที่มีการเตือนเรื่องน้ำท่วมฉับพลัน แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวที่เป็นหัวหน้าทีมเยี่ยมบ้านได้โทรฯหาผมเพื่อปรึกษาเรื่องผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่รักษาอยู่ที่บ้านบางคน บ้านอยู่ใกล้น้ำน่านจึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมได้ ซึ่งจะทำให้การคมนาคมถูกตัดขาด การเยี่ยมบ้านคงเป็นไปด้วยความลำบาก อาจก่อให้เกิดปัญหากับผู้ป่วยได้ จึงอยากขออนุญาตใช้รถรพ.ออกไปรับผู้ป่วยเหล่านี้ที่มีอยู่3-4คนมานอนในรพ.จนกว่าภาวะวิกฤติจะผ่านไป ผมอนุญาตพร้อมกับชื่นชมและขอบคุณแทนคนไข้ที่คุณหมอยังนึกถึงและเป็นห่วงอยู่ตลอดเวลาเป็นการดูแลผู้ป่วยดุจญาติมิตรอย่างแท้จริง

ผมจึงคิดว่าการเยี่ยมบ้านที่จะช่วยแก้ปัญหาในเรื่องความแออัดในรพ.และในการดูแลผู้สูงอายุที่กำลังเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วจนจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในอนาคตอันใกล้นี้ จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นสำคัญเพื่อให้เกิดการดูแลผู้ป่วย ผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ สร้างความสัมพันธ์ที่ดีงามในสังคมเนื่องจากหลายๆครอบครัวในปัจจุบันมีแต่ผู้ป่วยผู้สูงอายุที่ดูแลกันเอง คนหนุ่มคนสาวต่างแยกตัวไปทำงานไกลบ้าน ผู้สูงอายุก็ไม่อยากย้ายไปอยู่ด้วยเนื่องจากคุ้นเคยกับสังคมที่บ้านซึ่งอยู่มานานตลอดชีวิต ในรายที่ลูกหลานมีฐานะก็จะจ้างคนมาช่วยดูแลที่บ้านได้แต่ส่วนใหญ่ไม่มีกำลังพอที่จะจ้างคนช่วยดูแล จึงต้องอาศัยคนในชุมชนช่วยกันดูแลแทน อาจใช้เงินบางส่วนของงบประมาณส่วนท้องถิ่นช่วยบ้าง อย่างไรก็ตามผู้ที่ช่วยดูแลเหล่านี้จำเป็นต้องรู้หลักของการดูแลผู้ป่วยด้วยหัวใจบนพื้นฐานความรู้เป็นสำคัญ ทีมเยี่ยมบ้านจึงต้องมีการอบรมและเป็นพี่เลี้ยง ที่ปรึกษาที่สามารถทำงานประสานกันได้ตลอดเวลา จึงจะทำให้ได้ผลและควรบูรณาการกับกระทรวงอื่นที่เกี่ยวข้องเช่นพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เกษตรฯ มหาดไทย เทคโนโลยีสารสนเทศ ฯลฯ เพื่อให้เกิดความเข้มแข็งในสังคมเกิดเป็นสังคมเอื้ออาทรเหมือนในอดีต

ผมขอขอบคุณทีมเยี่ยมบ้านที่ประกอบไปด้วยแพทย์ทันตแพทย์พยาบาลเภสัชกรและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขตลอดจนผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายแทนผู้ป่วยและญาติที่ทำให้การเยี่ยมบ้านประสบผลสำเร็จและขอให้พัฒนาต่อไปอย่างต่อเนื่องเพื่อความสุขของผู้ ป่วยทุกคน