
มองสภาพบ้านเมืองเรายามนี้แล้วแอบอดสังเวชใจไม่น้อย ถนนหนทาง รถรา ร้านค้าย่อยริมถนน พร้อมใจกันเงียบเหงา เศร้าซึม โดยไม่ต้องนัดหมาย เป็นการสะท้อนภาพเศรษฐกิจยามนี้ได้ชัดเจนดีนักแล !!
ร้านโชว์ห่วยเล็กๆร้านนึงบอกว่า 3-4โมงก็ปิดแล้ว…ไม่มีคนซื้อ
รถเล็กหลายคันบอก ยิ่งวิ่งตระเวนก็ยิ่งเจ็บ คนไม่รู้มันหายไปไหนหมด
พูดคุยกันเหมือนทุกยามที่ผ่านมา ว่ายุคนี้ (หรือยุคไหนก็ได้) การได้เป็นมนุษย์เงินเดือนน่าจะสบายกว่าคนค้าขาย หรือหาเช้ากินค่ำ จะเช้าชามเย็นชามยังไงเดี๋ยวก็สิ้นเดือน…เดี๋ยวก็รับเงิน !!
แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทุกคนย่อมได้รับสิทธิ์ไม่ต่างกัน เพราะต้นทุนการดำรงชีวิตมันสูงขึ้น วัดกันที่ราคาข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยวริมทาง ก็ซาบซึ้งจนน้ำตาจะเล็ดอยู่แล้ว ข้าวของใช้ในครัวเรือนไม่ต้องพูดถึง มันขึ้นราคาไปยังไงก็จะทรงตัวอยู่อย่างนั้น ไม่เห็นมีอะไรซักอย่างที่มันขึ้นแล้วลดราคากลับลงมาเท่าเดิม !!
ชั่วโมงนี้-เหลียวซ้ายแลขวาหรือหมุนจนคอแทบหลุด ก็ไม่เห็นอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยได้ซักตัว
คงมีแต่ม้าผอมตัวเดิมที่ชื่อ “ไทยช่วยไทย พลัส” นัยว่ามาต่อลมหายใจอีกสองเดือน!!
แถลงกันออกมาชัดเจนแล้วเมื่อ 23 กันยายนที่ผ่านมา ว่าคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบโครงการ“ไทยช่วยไทย พลัส”เพื่อเดินหน้ามาตรการช่วยเหลือประชาชนต่อเนื่อง ท่ามกลางผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤติด้านพลังงาน โดยโครงการนี้จะดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม-30 พฤศจิกายน 2569 ภาครัฐร่วมจ่าย 60%ไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และรวมไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนตลอดโครงการ
คุณลลิตา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า การเดินหน้าโครงการต่ออีก 2 เดือนจะช่วยต่อเนื่องกำลังซื้อของประชาชน บรรเทาภาระค่าครองชีพ และช่วยให้ร้านค้าและผู้ประกอบการรายย่อยมีรายได้หมุนเวียน โดยเฉพาะช่วงที่ประชาชนยังต้องเผชิญกับผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงาน
“ตัวเลขการใช้จ่ายล่าสุดแสดงให้เห็นว่า ไทยช่วยไทย พลัส ยังเป็นมาตรการที่ประชาชนใช้จริง เงินลงถึงร้านค้าจริง การต่อโครงการในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน จึงเป็นการรักษาแรงส่งของกำลังซื้อ และช่วยให้เม็ดเงินหมุนเวียนลงไปถึงเศรษฐกิจฐานรากอย่างต่อเนื่อง”
ยอดใช้จ่ายล่าสุดที่ว่านั้น คือเมื่อ 22 กันยายนที่ผ่านมา มียอดใช้จ่ายผ่านโครงการ 827.9 ล้านบาท ซึ่งเป็นยอดใช้จ่ายสูงสุดในรอบ 4 เดือน นับแต่เดือนมิถุนายน-กรกฎาคม-สิงหาคม มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 760.8 ล้านบาทต่อวัน
เอากันชัดๆ “ไทยช่วยไทย พลัส(เพิ่มเติม)” เที่ยวนี้…ได้เท่าไหร่กันแน่ ??
สรุปให้เข้าใจตรงกันตั้งแต่ต้น ผู้ได้รับสิทธิ์จะได้รับวงเงินสนับสนุนจากภาครัฐ รวมไม่เกิน 1,000 บาทต่อคน ตลอดระยะเวลาโครงการ 2 เดือน-ไม่ใช่เดือนละ 1,000 บาทและไม่ได้รับรวม 2,000 บาท
เริ่มใช้สิทธิ์นี้ตั้งแต่ 1 ตุลาคม-30 พฤศจิกายน !!
……………..
อีกโครงการที่มาพร้อมกันคือ “ไทยเที่ยวไทย พลัส” รัฐช่วยค่าโรงแรม+คูปอง 1 ล้านสิทธิ์สูงสุด 3,500 บาท
คุณสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงโครงการนี้ว่า รัฐบาลได้ข้อสรุปกับกระทรวงการคลัง จะสนับสนุนทั้งหมด 1 ล้านสิทธิ์ สูงสุด 5 สิทธิ์ต่อคน
แบ่งการสนับสนุนนี้ออกเป็น 2 ส่วน
- ค่าที่พัก/โรงแรม สนับสนุนตามจริงแบบ Flat Rate สูงสุด 1,500 บาท/คืน (สูงสุด 5 คืนรวมไม่เกิน 7,500 บาท)
- คูปอง E-Voucher สำหรับจ่ายร้านอาหาร สปา รถเช่า เรือท่องเที่ยว ทัวร์ และร้านของฝาก
- เที่ยวเมืองหลัก : รับคูปองสนับสนุน 1,500 บาท/สิทธิ์
- เที่ยวเมืองรอง : รับคูปองสนับสนุน 2,000 บาท/สิทธิ์ (เงื่อนไขพิเศษ : หากมีการใช้จ่ายในพื้นที่เมืองรองอย่างน้อย 1 ครั้ง ระบบจะปรับวงเงินคูปองเป็น 2,000 บาททันที)
- สรุปวงเงิน ผู้ใช้สิทธิ์จะได้รับเงินสนับสนุนรวมสูงสุด 3,500 บาท/สิทธิ์ หรือรวม 17,500 บาทต่อคน หากใช้ครบ 5 สิทธิ์ในเมืองรอง
เปิดลงทะเบียนตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป ทั้งประชาชนและผู้ประกอบการผ่านแอป”เป๋าตัง“
เฟส 1 เริ่ม 1 พฤศจิกายน-15 ธันวาคม 2569
เฟส 2 เริ่ม 6 มกราคม-28 กุมภาพันธ์ 2570 (เว้นช่วง 16 ธค.-15 มค. 2570 เพื่อไม่ให้ชนกับช่วง High Season)
ครับ ! คนเราถ้าได้กินและได้เที่ยวก็ถือว่าชีวิตยามนี้ค่อนข้างสุโขสโมสรไม่น้อยแล้ว ส่วนคนที่ไม่ได้มีทั้งสองอย่างเหมือนคนอื่นเขา โดยเฉพาะคนที่ผ่านทุกข์อุทกภัย ขอเป็นกำลังใจให้กันต่อไป !!