วันอังคาร, 9 มิถุนายน 2569

คุยกับ… ดร.ปรีชา

09 มิ.ย. 2026
5

  1. ทัศนคติของลูกหลาน ชุมชน และสังคมต่อผู้สูงอายุ

ผู้สูงอายุส่วนใหญ่มีความเชื่อมั่นว่าลูกหลาน ชุมชน และสังคมมองผู้สูงอายุในทางที่ดี ให้ความเคารพยกย่อง เกื้อกูล และเอื้ออาทรต่อผู้สูงอายุมีผู้สูงอายุเพียงส่วนน้อยที่ปฏิบัติตัวและมีทัศนคติที่เป็นอคติ คือ มองผู้สูงอายุเสมือนบุคคลไร้ค่า ไม่มีประโยชน์ ไม่มีความหมาย ความคิดของผู้สูงอายุที่ตอบเช่นนี้ได้จากการเปรียบเทียบกับตนเองเมื่อเป็นหนุ่มเป็นสาว โดยให้เหตุผลว่าปัจจุบันนี้สังคมมีความเจริญ คนหนุ่มสาวมีการศึกษา ทำให้มองผู้สูงอายุว่าเป็นคนโบราณ มีความล้าหลัง ส่วนบุคลิกลักษณะของคนรุ่นใหม่ก็แตกต่างไปจากอดีต หนุ่มสาวปัจจุบันเห็นแก่ตัว ไม่ค่อยมีจิตใจเอื้อเฟื้อ บางคนเห็นคนสูงอายุจะเดินหนีไม่ให้ความสนใจ เวลาอบรมสั่งสอนก็ไม่ค่อยเชื่อฟัง ผู้สูงอายุเชื่อว่ากาลเวลาที่แตกต่างกันระหว่างอดีตกับปัจจุบันเป็นตัวกำหนดพฤติกรรม ความคิดของคน แต่ก็ยังมีความมั่นใจว่าในสังคมชนบท ทุกคนรู้จักกันดี แต่จะให้มีความผูกพันเหมือนอดีตนั้นคงเป็นไปไม่ได้ ปัจจุบันมีความเจริญก้าวหน้า คนทั่วไปคิดแต่เรื่องของตัวเอง คนในชนบทก็เริ่มได้อิทธิพลจากความเจริญในเมืองมากขึ้น ความผูกพัน รักใคร่เป็นญาติพี่น้องก็เริ่มถดถอยน้อยลงไปทุกขณะ

 

  1. ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ผู้สูงอายุส่วนใหญ่เชื่อว่า ถ้าหากมีอายุสูงมากขึ้นไปกว่านี้คงจะสร้างปัญหาและเป็นภาระแก่ครอบครัวแน่นอน ปัจจุบันนี้ยังมีสุขภาพที่แข็งแรงอยู่ สามารถช่วยตัวเองได้ ผู้สูงอายุจึงต้องพยายามประพฤติตัวให้ดี ไม่ทำความเดือดร้อนให้ลูกหลาน เพราะต้องอาศัยลูกหลานอยู่ไปวันๆ หนึ่ง ถ้าหากทำตัวเป็นคนจู้จี้ ขี้บ่น ลูกหลานอาจเบื่อหน่าย ซึ่งจะไม่เป็นผลดีต่อการดำเนินชีวิต ผู้สูงอายุที่ไม่คิดว่าสร้างปัญหาได้แสดงความคิดเห็นว่า ลูกหลานเป็นคนดี คงจะต้องอุปการะเลี้ยงดูตนได้เพราะเป็นผู้อบรมสั่งสอนเลี้ยงดูมา ลูกหลานควรจะต้องตอบแทนบุญคุณไม่มากก็น้อย สำหรับแนวทางการแก้ไขป้องกันก็คือ ต้องรักษาสุขภาพเตรียมหลักฐานการเงิน เข้าวัดทำบุญ ฝึกธรรมะ ปล่อยวาง ทำตัวให้เป็นประโยชน์ ทำจิตใจให้เข้มแข็ง ก็จะทำให้มีความพร้อมในการเกิดปัญหาได้

 

  1. การเคารพยกย่อง กตัญญูรู้คุณจากครอบครัว ชุมชนและสังคม

ผู้สูงอายุส่วนใหญ่มีความภูมิใจในการเป็นผู้สูงอายุมีศักดิ์ศรีและยังมีความสำคัญต่อครอบครัว นอกจากนี้ยังมั่นใจว่าได้รับความเคารพยกย่องจากครอบครัว ชุมชน และสังคม สิ่งที่ผู้สูงอายุกล้าที่จะกล่าวเช่นนี้เพราะเชื่อว่าการประพฤติตัวที่เหมาะสม ที่ได้ทำหน้าที่เป็นพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย เลี้ยงดูลูกหลานจนเติบโตขึ้นมาเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่ง ซึ่งเป็นเหตุผลที่สามารถกล่าวได้ว่าคุณความดีและความประพฤติที่เป็นผู้สูงอายุอย่างเหมาะสมนั้น ทำให้คนอื่นๆ มองผู้สูงอายุเป็นผู้ที่สมควรให้การยกย่อง เพราะเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ มีความสามารถ สร้างสรรค์สังคมมาโดยตลอด การจัดงานประเพณีรดน้ำดำหัวและการขอคำแนะนำปรึกษา เป็นตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นถึงการยอมรับ อันเป็นเกียรติยศชื่อเสียงที่ผู้สูงอายุทุกคนได้ประกอบสิ่งที่ดีงามมาแล้ว การแสดงออกของคนรุ่นใหม่จึงแสดงออกในทางบวก มีทัศนคติที่ดีมากกว่าที่จะแสดงความก้าวร้าว ดูถูก เหยียดหยาม สำหรับพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ที่ดูหมิ่น ไม่เอื้อเฟื้อ ไม่ให้ความช่วยเหลือ ไม่ยกมือไหว้ อาจจะมีอยู่บ้าง แต่ก็เป็นเรื่องเฉพาะตัว และเป็นเพียงส่วนน้อยที่ประพฤติเช่นนี้

สำหรับประเด็นเรื่องกตัญญูรู้คุณนั้น ผู้สูงอายุเชื่อว่ายังคงมีอยู่แต่อาจลดน้อยลงไป เพราะสภาพสังคมเปลี่ยนไป คนรุ่นใหม่ได้รับการศึกษามากขึ้น ทำให้มีลักษณะเป็นตัวของตัวเองมาก ไม่ค่อยเกรงใจบิดามารดา แต่เมื่อพิจารณาโดยรวมแล้วยังคงมีอยู่เช่นเดิม เพียงอาจน้อยลงไป เพราะสังคมปัจจุบันจะช่วยเหลือตนเองและเห็นแก่ตัวกันมากขึ้น และประเด็นสำคัญก็คือ ภาวะทางเศรษฐกิจที่ทุกคนต้องดิ้นรนเพื่ออยู่รอดทำให้มีผลกระทบต่อความกตัญญูที่ลดน้อยลงไป ไม่เหมือนในอดีตที่ครอบครัวอยู่รวมกันอย่างถาวร อย่างไรก็ตามบรรดาลูกหลานที่ออกไปทำงานนอกชุมชนหรือไปประกอบอาชีพที่มีรายได้มีเงินเดือน ก็ยังคงส่งเสียเลี้ยงดูพ่อแม่ตามกำลังทรัพย์ที่จะจัดหาส่งเสียเป็นประจำเสมอ

 

  1. การช่วยเหลือเกื้อกูล

เป็นประเด็นสืบเนื่องจากการกตัญญูรู้คุณที่ได้กล่าวมาแล้ว ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ที่ลูกหลานให้ความเคารพนับถือ ได้แสดงความกตัญญูโดยการให้ความช่วยเหลือด้านเงินทอง ข้าวของเครื่องใช้ แรงงาน รูปแบบการช่วยเหลือมีทั้งลูกหลานเป็นฝ่ายช่วยเหลือ และต่างช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ปรากฏการณ์เช่นนี้นับเป็นสิ่งที่ดี แสดงถึงน้ำใจไมตรี ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน อันจะนำไปสู่ความผาสุกและการเกื้อกูลระหว่างคนต่างวัย ภายใต้บริบททางสังคมและวัฒนธรรมไทย

 

  1. ความแตกต่างด้านเพศ

ประเด็นเรื่องความแตกต่างด้านเพศของผู้สูงอายุ เป็นเรื่องค่อนข้างใหม่ ที่เกิดจากแนวคิดพื้นฐานว่า ผู้สูงอายุหญิงเป็นผู้ที่เสียเปรียบ ถูกสังคมกำหนดให้มีสถานภาพและบทบาทที่เป็นเบี้ยล่างของเพศชาย ผู้สูงอายุที่ตกเป็นตัวอย่างครั้งนี้เป็นหญิง ถึงร้อยละ 72.7 ข้อมูลที่ได้จึงเป็นคำตอบที่จากผู้สูงอายุหญิงเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งผลจากการศึกษาครั้งนี้ ผู้สูงอายุได้แสดงเหตุผลว่า ความแตกต่างระหว่างชายและหญิงอยู่ที่ (1) ความแข็งแรง (2) ความรับผิดชอบต่อครอบครัว (3) งานสังคมนอกบ้าน (4) ผู้หญิงมีความละเอียดถี่ถ้วนมากกว่า (5) ผู้ชายมีอิสระ เป็นต้อน สำหรับผู้สูงอายุที่ตอบว่า “ไม่มีความแตกต่าง” นั้น ได้ให้เหตุผลว่า ปัจจุบันนี้ผู้หญิงมีความสามารถมากขึ้น ทำงานได้เก่ง และมีโอกาสก้าวหน้าในหน้าที่การงานได้ ไม่เหมือนในอดีตที่ผู้หญิงมีหน้าที่เพียงเลี้ยงลูก ดูแลบ้านช่องเท่านั้น ปัจจุบันผู้หญิงมีความเท่าเทียมผู้ชายมากขึ้น แม้ร่างกายจะไม่แข็งแรง แต่สมอง ความคิด และสติปัญญาไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

แม้ว่าสังคมจะกำหนดกรอบของสถานภาพและบทบาทของชายและหญิงไว้ แต่ปัจจุบันสังคมมีการเปลี่ยนแปลงไป ความเท่าเทียมกันได้เกิดขึ้นแล้วในสังคมไทย แต่อาจต้องใช้เวลา เพราะคนรุ่นใหม่ทั้งชายและหญิงต่างมีโอกาสได้เล่าเรียนศึกษาเหมือนกันจึงมีความสามารถเท่าเทียมกันได้

 

  1. สถานภาพและบทบาที่เหมาะสม

การเป็นผู้สูงอายุที่มีความเหมาะสมเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ การประเมินและแสดงความคิดเห็นจากตัวผู้สูงอายุจะสามารถได้ข้อเท็จจริงมากที่สุด เพราะตัวผู้สูงอายุย่อมจะทราบว่าพฤติกรรรมอย่างไร เป็นพฤติกรรมที่เหมาะสมกลมกลืนกับสภาพแวดล้อม ผู้สูงอายุเกือบทั้งหมดได้ให้ความสำคัญของ “พฤติกรรม” คือ การกระทำแต่ในสิ่งที่ดีงาม เป็นตัวอย่างให้แก่บุตรหลานได้เห็น เช่น ต้องสำรวม ไม่เป็นคนพูดมาก พูดแต่สิ่งที่ดี เป็นคนดีมีธรรมะ ให้การอบรมสั่งสอนบุตรหลาน ทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดี ทำแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์ ทำงานให้สังคม มีจิตใจเมตตา เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เป็นต้น

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า