
ประเทศไทยเข้าสู่โหมดเลือกตั้งทั่วไปตามที่หลายคนบ่นหา และเรียกร้อง
วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ถือบัตร 3 ใบ เข้าคูหา กาบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่ออย่างละใบ และลงประชามติว่าสมควรจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ?
จังหวัดเชียงรายก็ได้ชื่อว่าเป็นสนามเลือกตั้งที่หลายฝ่ายจับตาติดตาม เพราะในศึกเลือกตั้ง 2569 ที่จะถึงอยู่ในไม่กี่วันนี้ ว่ากันว่าเป็นการขับเคี่ยวคึกคักกันระหว่าง “บ้านใหญ่” กับ “บ้านใหญ่”
แต่หากเอาผลการเลือกตั้งในเดือนพฤษภาคม ปี 2566 มาเป็นฐานวิพากษ์ เชียงรายมี 7 เขต ผู้ออกมาใช้สิทธิ 729,334 คน คิดเป็น 77.26% จากผู้มีสิทธิ 944,019 คน
ผลการเลือกตั้งครั้งล่าสุดนั้น หักปากกาเซียนแบบเอ๋อเร๋อกันไปทั่วทั้งแว่นแคว้นแดนเหนือสุดในสยาม เมื่อพรรคเก่าเก๋าเกมส์บ้านใหญ่โคตร ต้องมาถูกหมัดจากนักมวยหน้าใหม่โนเนมน้อคไปถึง 3 เขต
ศึกเลือกตั้ง ปี 2566 จึงกลายเป็นภาพจำของพรรคการเมืองใหญ่บางพรรคในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ที่ต้องทำการบ้าน ทบทวนวิธีคิด วิธีการ ที่จะแลนด์สไลด์ 7 เขต 7 คน ให้จงได้
แต่ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า การเมืองไทยในปัจจุบันวันนี้ ประชากรผู้มีสิทธิเลือกตั้งในปี 2569 เปลี่ยนอัตลักษณ์วิธีคิด วิธีการเลือก ส.ส.“น้ำดี” เลือกพรรคการเมือง “น้ำใส” แบบเกจิ อินฟลู หรือโพลก็คาดการณ์ฟันธงล่วงหน้าไม่ได้
สถานการณ์การเมืองในอุ้งมือประชาชนเปลี่ยนแปลงไปแบบวันต่อวัน คอนเท้นท์ต่อคอนเท้นท์ อีเว้นท์ต่ออีเว้นท์ กุนซือของแต่ละพรรคจะประมาทยิ้มเริงร่าแบบยุคสมัยในอดีตกาลไม่ได้แล้ว
ยิ่งมีบรรยากาศทางการเมืองระดับประเทศมาผูกติดด้วยแล้ว ผมเชื่อว่าคนเชียงรายไม่ว่าจะมีทะเบียนบ้านอยู่ในเมือง ในหุบภู พื้นราบ หรือบนดอย ต่างก็มีวุฒิภาวะพอว่าจะกากบาทอย่างไรที่เรียกว่า “เลือกคนดีมีผลงาน” และลงประชามติอย่างไรที่จะให้มีรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดมาบังคับใช้กับคนทุกผู้ทุกนามในพื้นที่ราชอาณาจักรไทย
ผลโพลของหลายๆสำนัก ที่มีการสำรวจรายเดือน แม้ชื่อพรรคและชื่อหัวหน้าพรรคหรือแคนดิเดทที่จะมาเป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลและเป็นนายกรัฐมนตรี จะเหวี่ยงไปเหวี่ยงมา ตามกระแสอิทธิพลของกระบวนการสื่อสาร และปรากฎการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นทั้งภายในและภายนอกประเทศ
แต่ปรากฎการณ์หนึ่งในผลโพลจากหลายๆสำนัก ซึ่งนักเลือกตั้งจะมองข้ามมิได้เลยก็คือกลุ่มผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกพรรคใดและจะเลือกใครมาเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีมากกว่า 40% ที่ยังไม่มีพรรคการเมืองใด นักการเมืองแกนนำคนไหนที่เข้าตาประชาชนสักคน
คนเกือบครึ่งประเทศไม่ไว้วางใจองคาพยพการเมืองที่จะมาบริหารประเทศและให้มาทำหน้าที่นิติบัญญัติ…ปรากฎการณ์ที่ไม่ปกติของประเทศนี้ !
พูดง่ายๆก็คือ คนไทยยังไม่ไว้วางใจบรรยากาศการเมืองไทยว่าจะแก้ปัญหาวิกฤตประเทศได้จริง เรียกว่าเข็ดขี้อ่อนขี้แก่และความเขี้ยวลากดินของนักการเมืองไทยที่เหยียบบ่าเหยียบไหล่ประชาชนเพื่อเข้าไปยื้อแย่งและแบ่งปันผลประโยชน์…เท่านั้นเอง !
รัฐธรรมนูญฉบับไหนก็เอาไม่อยู่…มนุษย์มนาสายพันธ์อาชีพนักการเมือง !
แต่ก็นั่นแหละครับ ในเมื่อช้อยส์เลือกประชาชนมันตีบตัน หลังพิงฝากับแอ็คชั่นของนักการเมืองที่ทำให้ประชาชนจำเป็นต้องออกไปทำหน้าที่ ต้องใช้สิทธิ ในท่ามกลางเสียงครหากับปัจจัย “คุณภาพประชาชน” ที่ยังไม่เคลียร์ คุณภาพของผู้แทนประชาชนก็คงไม่ต่าง
นั่นคือ ภาพรวมของการขับเคลื่อนบรรยากาศประชาธิปไตยไทยในโหมดการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่จะถึงนี้ แต่สำหรับจังหวัดเชียงรายเชื่อว่า ชาวเชียงรายจะออกไปใช้สิทธิกันอย่างคึกคักกว่าปี 2566 แน่นอน…!
ขอแต่เพียงในคูหาเลือกตั้ง ซึ่งเป็นโลกส่วนตัวปลอดอำนาจอิทธิพลใดๆนั้น ขอให้คนเชียงรายกากบาททำหน้าที่เลือกตั้งด้วยความภาคภูมิใจและมีเกียรติ ปราศจาก “กระสุน” ใดๆมาบังคับ…
แม้จะถูกยิงและถูกยัดกระสุนมาจากทุกทิศางจนกระเป๋าตุงแล้วก็ตาม….ให้นักการเมืองประเภทต่ำตมได้ตระหนักรู้ถึงพิษสงของคนเชียงรายซะมั่ง… “เลือกตั้งเชียงราย ไม่ขายเสียง”……
