
เมื่อวันที่ 27 ต.ค.2566 เวลา 09.00 น. นางภัทราพร พรหมายน ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมและพัฒนาความสามารถของผู้บริโภค พร้อมคณะ ลงพื้นที่ดูงาน “ศูนย์เรียนรู้ชุมชนของ กสทช. ตำบลบ้านดู่”อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย (ศูนย์นำร่อง)

นางภัทราพร กล่าวว่า สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 26 ต.ค. 66 กสทช. โดย สำนักรับเรื่องร้องเรียนและคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (รท.) ได้ดำเนินการอบรมเชิงปฏิบัติการสำหรับผู้นำเครือข่ายภาคประชาชน ด้านการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคมในการสนับสนุนองค์ความรู้และต่อยอดการทำงานเชิงระบบในชุมชน ณ โรงแรมเฮอริเทจ เชียงราย โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น จังหวัดเชียงราย เพื่อสร้างเสริมศักยภาพผู้นำเครือข่ายผู้บริโภคภาคประชาชนด้านการคุ้มครองสิทธิ ผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคมให้มีองค์ความรู้ใหม่ๆ ทันต่อสถานการณ์ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้นำเครือข่ายและสนับสนุนการขับเคลื่อนกลไกเครือข่ายในการพัฒนาปกป้อง คุ้มครองและพิทักษ์สิทธิของผู้บริโภค ในการใช้บริการโทรคมนาคมไปสู่คนในพื้นที่และชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วันนี้ จึงลงพื้นที่ ดูงาน “ศูนย์เรียนรู้ชุมชนของ กสทช. ตำบลบ้านดู่” อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย (ศูนย์นำร่อง) เพื่อติดตามการดำเนินงานของผู้นำเครือข่ายต้นแบบ เพื่อทราบปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานเพื่อนำมาเป็นข้อมูลประกอบการกำหนดแนวทางการดำเนินงานร่วมกับเครือข่ายต่อไปอีกด้วย

ด้านนายศิลปพงศ์ รีรักษ์ ประธาน กสทช.จ.เชียงราย กล่าวว่า ศูนย์เรียนรู้ชุมชนของกสทช.ตำบลบ้านดู่ อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย (ศูนย์นำร่อง) มีแนวทางการทำงานของศูนย์ฯเป็นแบบ”บวร” คือ “บ้าน วัด โรงเรียน” โดย บ้าน คือ ให้กำนันตำบลบ้านดู่เป็นประธานศูนย์, วัด เจ้าอาวาสสำนักสงฆ์โป่งพนาคีรี บอกว่า ดีมากและพร้อมที่จะให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี, โรงเรียน โดยคณะครูและนักเรียนเข้ามาร่วมรับรู้แนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานของศูนย์ฯ เพื่อจะได้นำแนวทางการทำงานไปขับเคลื่อนต่อ (เป็น 3 ประสาน)

ศูนย์ฯ แห่งนี้ เป็นแกนนำหลักในพื้นที่และจะขยายผลเปิดศูนย์ฯในพื้นที่ใกล้เคียงโดยเฉพาะที่ตำบลแม่ข้าวต้ม อ.เมือง จะขับเคลื่อนโดยคุณอัศเจรีย์ นามวงค์ กำนันตำบลแม่ข้าวต้ม ซึ่งเป็นเครือข่าย กสทช. จังหวัดเชียงรายอีกคนหนึ่ง

นายศิลปพงศ์ กล่าวตอนท้ายว่า มุมมองเกี่ยวกับการตั้งศูนย์เรียนรู้ในตำบลบ้านดู่นั้นเพราะว่าในพื้นที่มีหลายหมู่บ้าน ชาวบ้านจะได้รับข้อมูลข่าวสารได้อย่างทั่วถึง เนื่องจากผู้ใหญ่บ้านก็เป็นหนึ่งในคณะกรรมการศูนย์เรียนรู้ด้วยเช่นกัน (ในหมู่บ้านมีหอกระจายข่าว เป็นเครื่องมือประชาสัมพันธ์)ได้เป็นอย่างดี
