
24 ก.ย. 64 ณ โรงแรมไชยนารายณ์ ริเวอร์ไซด์ นายมนัส สุวรรณรินทร์ ท้องถิ่นจังหวัดเชียงรายให้เกียรติมาเป็นประธานเปิดการประชุมร่วมเรียนรู้ การดำเนินงานด้านคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัดเชียงราย โดยมีนายธนชัย ฟูเฟื่อง หัวหน้าหน่วยงานประจำจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยนายสนั่น เนตรสุวรรณ ประธานสภาผู้บริโภคเชียงราย รวมถึงตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และตัวแทนองค์กรผู้บริโภคจังหวัดเชียงราย

นายมนัส สุวรรณรินทร์ ท้องถิ่นจังหวัดเชียงราย


สำหรับสมาคมประชาสังคมเพื่อการพัฒนา ได้รับการจัดตั้งเป็นหน่วยงานประจำจังหวัดเชียงราย ของสภาองค์กรของผู้บริโภค ตามประกาศสภาองค์กรของผู้บริโภคการจัดตั้งหน่วยงานประจำจังหรัด ลงวันที่ 18 มิ.ย. 64 เพื่อให้หน่วยงานประจำจังหวัดเชียงราย ของสภาองค์กระองผู้บริโภค สามารถดำเงินงานได้
ตามหน้าที่ที่ระบุไว้ในระเบียบสภาองค์กรของผู้บริโภคฉบับที่ 4 ว่าด้วยการจัดตั้งหน่วยงานประจำจังหวัด กลไก เขตพื้นที่ ของสภาองค์กรของผู้บริโภค พ.ศ. 2564 และปฏิบัติหน้าที่ภายใต้บทบาทหน้าที่ของหน่วยงานประจำจังหวัด ตามแผนการที่เลขาธิการอนุมัติ หรือตามภารกิจที่เลขาธิการมอบหมายเพื่อเป็นการสร้างระดับการมีส่วนร่วมของหน่วยงานภาคีด้านการคุ้มครองสิทริผู้บริโภค ตามบทบาท ภารกิจ ระเบียบ อำนาจ มาตรา 14 พระราชบัญญัติการจัดตั้งสภาองค์กรของผู้บริโภค พ.ศ. 2562 รวมถึงการดำเนินแผนงานคุ้มครองผู้บริโภคให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ เอื้อประโยชน์ต่อประชาชนผู้บริโภคอย่างสูงสุด ในส่วนของสำนักงานหน่วยงานประจำจังหวัดเชียงราย สภาองค์กรของผู้บริโภคจึงได้กำหนดจัดประชุมร่วมเรียนรู้ การดำเนินงานด้านคุ้มครองผู้บริโภค ให้กับหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เทศบาลนครเชียงราย เทศบาล ตำบล และองค์การบริหารส่วนตำบล รวมกว่า 40 พื้นที่จังหวัดเชียงราย เพื่อเป็นแนวทางในการทำงานร่วมกัน

นายธนชัย ฟูเฟื่อง หัวหน้าหน่วยงานประจำจังหวัดเชียงราย

นายสนั่น เนตรสุวรรณ ประธานสภาผู้บริโภคเชียงราย

สภาองค์กรของผู้บริโภคเป็นหน่วยงานหนึ่งของประเทศไทยถือว่ามีความก้าวหน้ามากในภูมิภาคอาเซียน ที่กำหนดเรื่องการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 และมีแนวคิดเรื่อง “องค์กรอิสระ” ที่จะเป็นตัวแทนของผู้บริโภค ทำหน้าที่เสนอความคิดเห็นจัดทำนโยบาย มาตรการเพื่อการคุ้มครอง สะท้อนหลักการสำคัญว่า ผู้บริโภคมีส่วนร่วมในการจัดทำนโยบายและมาตรการเพื่อคุ้มครองตนเอง รวมทั้งเป็นตัวแทนในการให้ความคิดเห็นที่เป็นอิสระ รักษาผลประโยชน์ของทุกคน “เพราะทุกคนคือผู้บริโภค”

องค์กรผู้บริโภค มีบทบาทในการสนับสนุนการทำงานคุ้มครองผู้บริโภคของหน่วยงานรัฐมาเป็นเวลานาน มากกว่า 30 ปี ทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ มีบทบาทสนับสนุนให้ผู้บริโภคตื่นตัวและให้คำปรึกษา คำแนะนำการช่วยเหลือผู้บริโภคที่ถูกละเมิดสิทธิ เป็นปากเป็นเสียงฟ้องคดีแทนผู้บริโภค พลังของผู้บริโภคในใช้ข้อมูลที่จำเป็นเพื่อตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า และสนับสนุนผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าที่ดี มีความรับผิดชอบต่อสังคม ยกระดับมาตรฐานสินค้าและบริการให้มีคุณภาพมากขึ้น เกิดวัฒนธรรมการเปิดเผยชื่อยี่ห้อสินค้าเปรียบเทียบกัน อย่างไรก็ตาม องค์กรผู้บริโภคก็ยังทำงานได้อย่างจำกัด เนื่องจากงบประมาณที่ไม่เพียงพอ ประกอบกับจำนวนองค์กรผู้บริโภคที่ยังมีไม่เพียงพอ ขาดการรวมตัวกัน ทำให้ขาดพลังในการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค
หลังจากแนวคิดเรื่อง “องค์กรอิสระ” ถูกบัญญัติลงในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 องค์กรผู้บริโภคต่างๆ ได้รวมตัวกันรณรงค์และผลักดันอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดเป็นกฎหมายที่ชัดเจนมากขึ้นใน รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 จนกระทั่งถูกพัฒนาเป็น “สภาองค์กรของผู้บริโภค” ในรัฐธรรมฉบับปัจจุบัน โดยกำหนดให้องค์กรผู้บริโภค รวมตัวกันไม่น้อยกว่า 150 องค์กร เพื่อจัดตั้งสภาองค์กรของผู้บริโภค และให้รัฐสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินการ เพื่อเป็นตัวแทนผู้บริโภคและทำงานคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค เพื่อเป็น หู ตา ปาก เสียง ให้ผู้บริโภคก่อนถูกเอารัดเอาเปรียบ ให้ข้อมูล เตือนภัย ร่วมมือกับหน่วยงานรัฐ ให้ผู้บริโภคใช้ชีวิตอย่างเท่าทัน โดยเฉพาะรูปแบบการซื้อขายที่เปลี่ยนแปลง ความเสียหายเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง และสนับสนุนให้เกิดพลังผู้บริโภคในการสร้างพลังทางสังคม การพัฒนาคุณภาพชีวิต และรวมถึงการเพิ่มอำนาจต่อรองให้ผู้บริโภค เพื่อลดความเหลื่อมล้ำสร้างความเป็นธรรมในสังคมให้มากขึ้น ตามยุทธศาสตร์ของประเทศ
ทั้งนี้ “พระราชบัญญัติการจัดตั้งสภาองค์กรของผู้บริโภค พ.ศ. 2562” ได้ถูกประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2562 ซึ่งหลังจากกฎหมายมีผลบังคับใช้ เครือข่ายองค์กรผู้บริโภคทั่วประเทศได้ทยอยกันไปยื่นจดแจ้งสถานะความเป็นองค์กรผู้บริโภคต่อนายทะเบียนกลางและนายทะเบียนจังหวัด ตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด อย่างไรก็ตาม กระบวนการจดแจ้งสถานะฯ กินระยะเวลากว่า 1 ปี เนื่องจากความยุ่งยากของเอกสาร การจัดการ การตรวจสอบ และความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนระหว่างหน่วยงาน จนในที่สุดวันที่ 8 ตุลาคม 2563 ก็มีองค์กรผู้บริโภคที่ผ่านการจดแจ้งครบ องค์กรผู้บริโภคจำนวน 152 องค์กรจึงรวมตัวกันยื่นหนังสือต่อ สปน. เพื่อจัดตั้ง “สภาองค์กรของผู้บริโภค” ขึ้น ถือเป็นความสำเร็จอีกก้าวหนึ่งหลังจากผลักดันเรื่องนี้มากว่า 20 ปี อีกด้วย

