
ตุงชัยมีรูปแบบลักษณะที่แตกต่างกันออกไป ตามแต่วิธีการทำตุง วัสดุที่ใช้ในการทำตุงชัยจะเป็นลวดลายต่างๆ ตุงชัยแต่ละพื้นที่มีลักษณะ เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ซึ่งตุงชัยได้มีการประดิษฐ์ คิดค้นการทำขึ้นมามากมาย แหล่งที่ทำตุงส่วนใหญ่จะทำตุงชัย ซึ่งสามารถจำแนกตุงชัยตามวิธีการทำตุงดังนี้
1.ตุงชัยผ้าทอ เป็นตุงที่ทอด้วยกี่กระตุก โดยทอด้วยเส้นด้ายที่ทำจากฝ้ายหรือไหมพรมวิธีการทอตุงชัยจะทอคล้ายกับการทอผ้าทั่วไป แต่จะแตกต่างกันตรงที่การทอผ้าทั่วไปจะใช้เส้นด้ายหรือเส้นไหมทอสลับกับการกระตุกกี่ แต่การทอตุงชัยผ้าทอจะใช้ตอกไม้ที่ห่อด้วยกระดาษเงิน กระดาษทองคั่นกับการทอสลับการกระตุกกี่ ซึ่งตอกไม้ที่คั่นนั้นทำมาจากไม้ไผ่แล้วเหลาให้บางๆ กว้างประมาณ 1 เซนติเมตร ส่วนความยาวของตอกไม้ขึ้นอยู่กับผู้ทอตุงที่ต้องการความกว้างของตุงเท่าไร แต่ส่วนใหญ่จะกว้างประมาณ 9 นิ้ว เมื่อเหลาตอกไม้เสร็จแล้วก็นำตอกไม้ไปพันด้วยกระดาษเงินหรือกระดาษทอง โดยวิธีการทอตุงชัยจะใช้หลักการแบบการแปรอักษรบนอัฒจันทร์ ซึ่งส่วนที่เราจะให้เห็นเป็นรูปภาพต่างๆ ก็จะไม่ทอไหมพรมทับ แต่จะทอไหมทับส่วนที่เราไม่ต้องการให้เป็นภาพ โดยจะทอสลับด้วยตอกไม้ที่พันด้วยกระดาษเงินหรือกระดาษทอง ซึ่งจะแบ่งการทอรูปภาพเป็นช่องๆ ส่วนใหญ่จะทอเป็นช่องที่มีความยาวเป็นเลขคี่ คือ 5 ช่อง 7 ช่อง 9 ช่อง และ11 ช่อง ตามความต้องการของผู้ทอตุง ซึ่งการทอตุงชัยด้วยตอกไม้ไผ่ ส่วนใหญ่จะทอเป็นรูปต่างๆ เช่น รูปปราสาท รูปเจดีย์ รูปช้าง เป็นต้น โดยจะทอแต่ละช่องเป็นรูปเดียวกันทั้งผืน เมื่อทอเสร็จแล้วก็จะนำผ้ามาเย็บเป็นตะเข็บข้างเพื่อเก็บขอบของตอกไม้ไผ่ และนำลูกปัดมาร้อยเป็นตุ้งติ้งติดด้านข้างของตุงเพื่อความสวยงาม ซึ่งความสวยงามของตุงชัยผ้าทอจะอยู่ที่การทอเป็นรูปต่างๆ ที่ทอเป็นสีทองหรือสีเงิน เมื่อเรามองดูจากที่ไกลๆ จะเห็นเด่นชัดมาก ซึ่งการทอตุงชัยที่สวยงามนั้นก็ขึ้นอยู่กับความชำนาญและการสะสมประสบการณ์ของผู้ทอตุงเอง ซึ่งแหล่งผลิตตุง คือ บ้านป่าถ่อน หมู่ที่ 9 ตำบลศรีดอนมูล อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย และหมู่บ้านสันหลวงใต้ ตำบลจอมสวรรค์ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
ยังมีตุงชัยผ้าทอของชาวไทใหญ่ บ้านห้วยน้ำขุ่น อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย โดยมีการทอตุงวิธีเดียวกัน แต่จะไม่ทอเป็นลวดลาย โดยจะใช้ไหมพรมสีต่าง ๆ เริ่มจากส่วนหัวตุงใช้เส้นไหมพรมที่ใช้ทอตุงมาถักให้เป็นผืน จากนั้นทอตุงโดยใช้ตอกไม้ไผ่คั่นทอสลับกับไหมพรม ส่วนใหญ่ตุงจะทอเป็น สีเดียวทั้งผืน หรือคละสี และมีความยาวประมาณ 2 เมตร เมื่อนำตุงไปถวายวัด ก็จะใช้กระดาษแผ่นเล็กเขียนลายชื่อผู้ที่อุทิศตุงให้ จากนั้นนำไปติดที่ปลายตุง
ตุงชัยผ้าทอเป็นวิธีการทอตุงที่คิดประดิษฐ์ขึ้นมาใหม่ ซึ่งผู้ที่ทอตุงยิ่งมีความชำนาญ และประสบการณ์มากเท่าไรก็จะคิดประดิษฐ์ตุงออกมาเป็นรูปภาพที่หลากหลายมากยิ่งขึ้นไม่ว่าจะทอเป็นรูปสัตว์ต่างๆ รูปสัญลักษณ์ของหน่วยงานราชการ องค์กร หรือห้างร้านบริษัท เป็นต้น อีกทั้งยังทอตุงขนาดเล็กเป็นของ ที่ระลึกเพื่อจำหน่ายแก่นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวยังสถานที่ต่างๆ โดยการย่อส่วนตุงจากของจริงที่มีขนาดใหญ่ให้เล็กลง เพื่อความสวยงามและพกพาสะดวก
2.ตุงชัยผ้าทอไทลื้อ เป็นศิลปะประจำชนเผ่าของชาวไทลื้อ ซึ่งมีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง และชาวไทลื้อยังเป็นชนเผ่าที่นับถือศาสนาพุทธอย่างเคร่งครัดอีกด้วย ซึ่งมีประเพณีที่สื่อถึงความเชื่อของชาวไทลื้อคือ การถวายตุง ซึ่งชาวไทลื้อมีความเชื่อเกี่ยวกับอานิสงส์ของการถวายตุง ตลอดมา โดยมีตำนานพื้นบ้านเรื่องกาเผือกหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ตำนานพระเจ้าห้าตน ซึ่งเล่าสืบต่อกันมาเป็นเวลาหลายชั่วอายุคน โดยชาวไทลื้อ ส่วนใหญ่อพยพมาจากแคว้นสิบสองปันนาเมื่อหลายร้อยปีผ่านมา โดยเข้ามาอาศัยอยู่ในแถบจังหวัดทางภาคเหนือของประเทศไทย ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน น่าน พะเยา ลำปาง เป็นต้น ชาวไทลื้อมีศิลปะประจำชนเผ่า คือ การทอผ้าและการทอตุง ซึ่งชาวไทลื้อในอดีตจะมีกี่ทอผ้าและใช้ทอตุงด้วยเกือบ ทุกครัวเรือน โดยชาวไทลื้อจะทอผ้าไว้สำหรับใช้นุ่งห่มเองและจากความเชื่อ ของชาวไทลื้อที่มีต่อพุทธศาสนา ชาวไทลื้อจะทอตุงเพื่อถวายวัดทุกปี ในปัจจุบัน ภาพหรือเสียงของกี่ทอผ้าและทอตุงของชาวไทลื้อนั้นเริ่มลดลงเรื่อย ๆ แต่เอกลักษณ์ในการทอผ้าหรือทอตุงนั้นยังคงอยู่ เพราะชาวไทลื้อยังมีความเชื่อและความศรัทธาในพระพุทธศาสนาที่ว่าต้องทอตุงและนำตุงไปถวายเป็นประเพณีที่ต้องทำและสืบทอดกันต่อไป โดยรูปแบบของการทอตุงชัยของ ชาวไทลื้อจะแบ่งตามเส้นทางการอพยพของชาวไทลื้อที่อพยพเข้ามาใน ประเทศไทย ซึ่งจากการสำรวจของนักวิชาการหลายท่าน พบว่า การอพยพ ของชาวไทลื้อจากแคว้นสิบสองปันนา ประเทศจีน เข้ามาในประเทศไทย มีเส้นทาง 2 เส้นทาง คือ
เส้นทางแรก ชาวไทลื้ออพยพมาจากเมืองอู เมืองแวน เมืองหย่วน เมืองบาง และเมืองสิง โดยอพยพเข้ามาอยู่ในเขตของอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย และบางส่วนได้ขึ้นฝั่งมาตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนอยู่ที่บ้านหาดบ้าย ตำบลริมโขง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ซึ่งชาวไทลื้อ บ้านหาดบ้าย
มีการทอตุงอยู่ 2 ลักษณะ คือ การทอตุงชัย ซึ่งจะทอแบบทึบ โดยใช้ผ้าฝ้าย ทอคล้ายกับการทอผ้า สำหรับลวดลายในการทอส่วนใหญ่จะทอเป็นรูปช้าง รูปม้า สลับกันไป เมื่อทอรูปช้างจะคั่นด้วยตอกไม้ไผ่แล้วจึงทอรูปม้า
ยังมีการทออีกลักษณะหนึ่ง คือ การทอสลับกับการเว้นช่วงการปล่อย ให้เห็นแต่ฝ้ายเส้นยืน ยาวประมาณ 5 นิ้ว โดยส่วนที่ทอทึบจะทอเป็นรูปช้าง รูปม้า รูปนก หรือรูปปราสาท ซึ่งชาวไทลื้อบ้านหาดบ้ายจะเน้นสีขาวหรือ สีอ่อนๆ เป็นสีพื้นและจะใช้สีเข้มกว่า เช่น สีแดง สีน้ำเงิน สีดำ สีเขียว ทอเป็นรูปภาพต่างๆ
ชาวไทลื้อบางกลุ่มอพยพมาตั้งบ้านเรือนอยู่ที่บ้านศรีดอนชัย ตำบลศรีดอนชัย อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ซึ่งหมู่บ้านนี้มีเอกลักษณ์ การทอตุงชัย เพียงลักษณะเดียว คือ การทอตุงแบบทึบ ซึ่งลวดลายส่วนใหญ่จะทอเป็นรูปปราสาทจะคั่นส่วนหัวและส่วนท้ายของตุงชัยด้วยตอกไม้ไผ่ที่พันด้วยกระดาษเงิน หรือกระดาษทองเพื่อไม่ให้ตุงห่อตัวเวลาแขวน โดยจะทอเป็นช่องเล็กๆ คั่นด้วยตอกไม้ไผ่ที่พันด้วยกระดาษเงินหรือกระดาษทองเหมือนกัน
นอกจากอพยพมาอยู่ที่เชียงของ แล้วก็ได้มีการอพยพลงมาที่ อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน ด้วยจากการสำรวจ พบว่า การทอตุงชัยของชาวไทลื้อจังหวัดน่านจะทอด้วยฝ้าย โดยวิธีการทอแบบทึบ โดยส่วนใหญ่จะใช้สีขาวหรือ สีอ่อนๆ เป็นสีพื้นหรือเส้นยืน คือเส้นฝ้ายที่เป็นแนวตั้งและจะใช้ฝ้ายสี เช่น สีแดง สีน้ำเงิน สีเขียว และสีเหลืองเป็นเส้นพุ่ง แต่ละผืนอาจใช้สีแดงและสีน้ำเงินเป็นเส้นยืนก็ได้ แล้วตัดด้ายเส้นพุ่งสีที่อ่อนกว่า ลวดลายที่นิยมทอกันมากคือ รูปปราสาท รูปคน รูปม้า รูปช้าง อยู่ในปราสาทล้อมรอบด้วยรูปต้นไม้ รูปม้า รูปนก รูปช้าง ส่วนบนมีรูปคนเรียงกันและคั่นด้วยตอกไม้ไผ่ เพื่อไม่ให้
ผืนตุงห่อตัว ส่วนด้านล่างฐานปราสาทมีรูปช้างเรียงกันและคั่นด้วยตอกไม้ไผ่ อีกครั้งหนึ่ง ส่วนปลายของตุงชัยก็จะนำฝ้ายเส้นยืนมาสอดใส่ในรูปของกิ่งไม้ไผ่ลำเล็กๆ ยาวประมาณ 5 เซนติเมตร ผูกปมและมัดตรงปลายไม้ไผ่ไม่ให้กิ่ง หลุดออกและกันไม่ให้ด้ายเส้นพุ่งหลุดออกด้วย ซึ่งส่วนใหญ่การทอทึบ จะไม่นิยมทอขนาดยาวแต่จะทอยาวประมาณ 1-2 เมตร กว้าง 1-2 ฟุต
ชาวไทลื้อส่วนที่อพยพมาอยู่ที่จังหวัดน่าน ได้ตั้งถิ่นฐานบ้านเรือน อยู่ในช่วงหนึ่งชาวไทลื้อบางส่วนได้อพยพย้ายกลับขึ้นมาทางทิศเหนืออีก เข้ามา สู่ในพื้นที่อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา สาเหตุของการย้ายก็เนื่องมาจากมี ประชากรในพื้นที่เดิมเพิ่มมากขึ้น ทำให้ชาวไทลื้อบางส่วนต้องอพยพมา เพื่อแสวงหาที่ทำกินใหม่ จากการย้ายถิ่นทำให้เห็นถึงการเคลื่อนย้ายไม่ว่าจะเป็นทั้งประชากรยังรวมไปถึงสังคมและวัฒนธรรม โดยสามารถดูได้จากการทอตุง ซึ่งลักษณะของการทอตุงของบ้านหย่วน ตำบลหย่วน อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา จะมีลักษณะคล้ายกับการทอตุงชัยของจังหวัดน่าน และมีเทคนิควิธีการ ที่คล้ายคลึงกัน