วันพุธ, 23 กันยายน 2569

“เทรนด์ใหม่การท่องเที่ยว 2569” : ถึงเวลาเชียงรายต้องเขย่ามิให้ตกตะกอน

05 ก.ค. 2026
48

 

ธุรกิจการท่องเที่ยวกับเมืองเชียงราย จังหวัดที่มีคนพูดถึงและใคร่ที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวให้ได้สักครั้งหนึ่ง

ส่วนจะมากันรูปแบบใดนั้นว่ากันอีกเรื่องหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นคณะ เป็นครอบครัว เป็นกรุ๊ปเล็กๆ หรือส่วนตัวเเบบ Bag Pag ล้วนแล้วแต่ท้าทายหน่วยงาน ผู้ประกอบการ  องค์กรภาครัฐ- เอกชน ภาคท้องถิ่น ที่จะสามารถพัฒนา รักษา  สร้างการมีส่วนร่วม การสื่อสารที่เป็นระบบและมีประสิทธิภาพ

การท่องเที่ยวถือเป็นรายได้หลักของเกือบทุกจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดเชียงรายเมืองรองที่มีรายได้เข้าจังหวัดเป็นลำดับหนึ่ง ก็คงเป็นดัชนีตอบโจทย์ได้ถึงประสิทธิภาพการบริหารจัดการของภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้อย่างดีที่สุด ผมมีโอกาสได้อ่านบทความ เรื่อง

“10 เทรนด์ High Value Tourism ปี69 เน้นคุณภาพ พิเศษเฉพาะตัว ประสบการณ์ไม่เหมือนใคร” ซึ่งนำเสนอโดยกรมการท่องเที่ยว ซึ่ง “คุณคชา  เกษตรแปรรูป”ได้นำมาโพสต์แชร์ต่อใน “กลุ่มไลน์เครือข่ายการท่องเที่ยว” ของทกจ.เชียงราย ซึ่งน่าจะอินเทรนด์และร่วมสมัยกับรสนิยมของนักท่องเที่ยวสมัยใหม่ ก็ต้องขอขอบคุณผู้ที่ใช้นามว่า “คชา เกษตรแปรูป” ที่ได้นำสิ่งดีๆมาบอกต่อและผมก็ต้องขออนุญาตนำมาเล่าต่อในเช็คอินเชียงราย น.ส.พ.เชียงรายนิวส์ ฉบับนี้

………

“หมดยุคแพ็กเกจทัวร์สำเร็จรูป” จากการวิเคราะห์ของศูนย์วิจัยและข้อมูล ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทยชี้ว่านักท่องเที่ยวยุคใหม่หันหลังให้ทัวร์ชะโงกเพื่อใช้เวลาอยู่กับจุดหมายปลายทาง และแสวงหาประสบการณ์ที่มีความหมายมากกว่าการท่องเที่ยวแบบเดิม ภายใต้แนวคิดและการท่องเที่ยวสไตล์ High Value Tourism ดังนี้

  1. Coolcation Travel การท่องเที่ยวแบบหนีร้อนมาพึ่งเย็น เน้นสถานที่อากาศเย็นสบาย เช่น ภูเขา ดอย อุทยานแห่งชาติ
  2. Slow Travel ใช้เวลานานขึ้นในจุดหมายเดียว ซึมซับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตอย่างลึกซึ้ง เช่น ชุมชนท้องถิ่น เมืองเก่า หมู่บ้านโฮมสเตย์
  3. Solo Travel การเที่ยวคนเดียว เน้นอิสระ และต้องมีความปลอดภัย เช่น ชุมชนท่องเที่ยว แหล่งกิจกรรม และพื้นที่ที่เอื้อต่อการเดินทางคนเดียวอย่างปลอดภัย
  4. Off-Season Travel การท่องเที่ยวนอกฤดูกาล เพื่อประสบการณ์ใหม่ๆ เช่น การชมคอนเสิร์ตริมหาด เทศกาลพลุและดอกไม้ไฟ
  5. Foodie Travel ร้านดัง และอาหารท้องถิ่นเป็นแรงจูงใจหลักของการเดินทาง เช่น ร้านสตรีทฟู้ด ตลาดท้องถิ่น ชุมชนอาหารพื้นเมือง
  6. Hyper-Personalised Travel การออกแบบโปรแกรมเที่ยวเฉพาะบุคคลหรือเฉพาะกลุ่ม เช่น ทริปสายมู ทริปตระเวนคาเฟ่ ทริปถ่ายภาพธรรมชาติ
  7. AI Fellow Travel AI เป็นผู้ช่วยวางแผน และแนะนำการเดินทาง เช่น การวางแผนเส้นทาง แนะนำร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว และกิจกรรมแบบเรียลไทม์
  8. Holistic Travel การท่องเที่ยวเพื่อฟื้นฟูทั้งร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ เช่น รีสอร์ตสายสุขภาพ คอร์สสปาริมทะเล คอร์สโยคะกลางป่า
  9. Value-Driven Travel การทำกิจกรรมที่เสริมสร้างประสบการณ์ใหม่ๆและคุณค่าในตนเอง เช่น ปล่อยปูสู่ปาชายเลน ทำหน้ากากผีตาโขน ปีนหน้าผา ดำน้ำเก็บขยะ
  10. Low-Carbon Luxury Travel การท่องเที่ยวหรูหรารูปแบบใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน เช่น โรงแรมรักษ์โลก รีสอร์ตเชิงนิเวศ แหล่งท่องเที่ยวสีเขียว และการเดินทางด้วยระบบขนส่งคาร์บอนต่ำ

แนวคิด High Value Tourism มุ่งยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว “การท่องเที่ยวไม่ได้เป็นแค่การไปเช็คอินหรือปักหมุดเพียงอย่างเดียว แต่กลายเป็นการเติมเต็มประสบการณ์ การสัมผัสการท่องเที่ยวที่แปลกใหม่ เฉพาะบุคคลและลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น”

ผู้ประกอบการธุจกิจท่องเที่ยวสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการให้บริการการท่องเที่ยว ที่สามารถสร้างประสบการณ์ที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุคใหม่ได้มากขึ้น