
ก่อนอื่นก็ต้องส่งกำลังใจไปยังพี่น้องชาวใต้ โดยเฉพาะ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่ทางจังหวัดสงขลาประกาศว่า ท่วมแล้วทั้งอำเภอ 100% ล่าสุดเท่าที่ติดตามจากหน้าข่าวโซเชียล ก็ทราบว่าหลายๆหน่วยงานในเชียงราย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ต่างก็เร่งระดมเปิดรับบริจาค เงินทอง เครื่องอุปโภค บริโภค เพื่อส่งตรงไปยังจังหวัดสงขลา
อบจ.เชียงราย,ฝูงบิน 416 กองทัพอากาศ,ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่15 เชียงราย,สมาคมศิริกรณ์บรรเทาสาธารณภัยเชียงราย แม้กระทั่งอ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ก็สนับสนุนเป็นเงินก้อนหนึ่งให้กับน้องๆจิตอาสาที่นำเรือลงไปช่วยพี่น้องประสบอุทกภัยจังหวัดทางภาคใต้ และน่าจะมีอีกหลายๆหน่วยงาน ตลอดจนพี่น้องประชาชนชาวเชียงรายที่ร่วมบริจาคข้าวของเงินทองเพื่อซับน้ำตาเยียวยาเพื่อนพี่น้องชาวใต้ที่ประสบภัยพิบัติ
กว่า “หนังสือพิมพ์เชียงรายนิวส์” ฉบับเดือนธันวาคมส่งท้ายปี 2568 ฉบับนี้ จะถึงมือท่านผู้อ่าน สถานการณ์อุทกภัยมหาวิปโยคภาคใต้ ตลอดจนพื้นที่หาดใหญ่ ก็น่าจะดีขึ้นบ้างแล้ว แต่ก็คงต้องอยู่ในช่วงฟื้นฟูอีกระยะหนึ่ง ซึ่งก็คงมโหฬารบานเบอะอีกสำหรับงบประมาณ
ย้อนกลับมาดูสถานการณ์น้ำบ้านเราที่เชียงรายบ้าง แต่เป็นสถานการณ์น้ำข้ามพรมแดนในแม่น้ำที่มีสารปนเปื้อน คือ แม่น้ำกก แม่น้ำสาย ซึ่งตราบใดที่รัฐบาลไทยยังเจรจาหรือเดินเกมผ่านนานาชาติไม่ประสบผลสัมฤทธิ มัวแต่เอ้อระเหยทอดน่องปล่อยเวลาไปเรื่อยเฉื่อยฉ่ำๆ
โอกาสที่สารพิษในแม่น้ำระดับจังหวัด ยันแม่น้ำระดับนานาชาติ คือ แม่น้ำโขง จะกลายเป็นแม่น้ำอันตรายมีสารพิษ ย่อมมีสูง ทุกจังหวัดที่อยู่ริมแม่น้ำโขง รวมถึงประเทศลาว ก็ย่อมมีโอกาสร้อนๆหนาวๆ เพราะข่าวคราวเรื่องผักปลาจากแม่น้ำในโซนที่เกี่ยวข้องกับแม่น้ำสายดังกล่าว ก็ทำเอาผู้บริโภคผักปลาเกิดอาการวิตกจริตไปแบบอุปทานหมู่แล้ว แม้ว่าหน่วยงานควบคุมมลพิษจะยืนยันว่าสารพิษในแม่น้ำยังไม่เกินค่ามาตรฐาน
และก็มีนักวิชาการบางท่านว่า สารตะกั่ว สารหนู ยังพอทำเนา อย่าให้มีสารปรอท กับแคดเมียมเจือปนในแม่น้ำก็แล้วกัน ผู้บริโภคประสบภัยสารพิษเข้าสู่ร่างกายก็จะมีความรุนแรงมากขึ้น
ดูวี่แววสถานการณ์สารปนเปื้อนในแม่น้ำสายสำคัญๆทางตอนเหนือของเชียงราย ไม่ว่าจะเป็นแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง ดูจากแอ็คชั่นและการสื่อสารของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว
บอกตามตรงแทนคนเชียงราย เชียงใหม่ ที่ได้รับผลกระทบ รู้สึกว้าเหว่ครับ ทำท่าจะลากยาวอีกนาน นานจนไม่รู้ว่า จะไปจบ สงบ ปกติ วันไหน เมื่อไหร่ อย่างไร ?
เสมือนว่า เบื้องต้นระยะนี้ ประชาชนผู้ประสบภัยต้องทำใจและอยู่กับมันให้ได้…ประมาณนั้น !
ปัญหาสถานการณ์แม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง มีสารปนเปื้อนนี้ ลำพังจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานเกี่ยวข้องในระดับจังหวัด เขต ภาค ก็น่าจะเอาไม่อยู่
เพราะหากจะแก้ไขให้ตรงจุดตรงประเด็น ก็ต้องไปว่ากันที่ตัวต้นเหตุซึ่งก็คือ เหมืองแร่แรร์เอิร์ธและเหมืองทอง รัฐฉาน ประเทศเมียนมา ซึ่งอยู่นอกการบังคับใช้กฎหมายของประเทศไทย
ในยุคสมัยรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ปัจจุบันวันนี้คงจะยังทำอะไรที่เป็นมรรคผลได้ แม้ว่าจะส่งทัพ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทัพของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรมว.เกษตรและสหกรณ์ ลงมาบัญชาการหน้างานถึงท่าตอน เชียงใหม่ และที่เชียงราย ก็ตาม
ดูอากัปกิยาของมวลชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมทรัพยากรน้ำ ที่มีมติในการประชุมมวลชนที่ท่าตอน เชียงใหม่ และที่อาคารคชสาร อบจ.เชียงราย ว่า ไม่เอาฝายดักตะกอน ต้องการแหล่งน้ำสะอาดมาทดแทนเท่านั้น
ก็คงต้องถามต่อไปว่า แล้วกรมทรัพยากรน้ำ จะดำเนินการอย่างไร เมื่อไหร่ จะเอาแหล่งน้ำจากไหน น้ำแม่ลาว น้ำใต้ดิน ก็ต้องชัดเจนและเร่งรัด
ไม่งั้นสถานการณ์น้ำมีสารพิษปนเปื้อนจะกลายเป็นระเบิดเวลาอีกลูกหนึ่งของรัฐบาล 2569 ก็เป็นได้…!
