คอลัมน์ » การเมือง-การศึกษา-ศรัทธา..ที่ตายแล้ว

การเมือง-การศึกษา-ศรัทธา..ที่ตายแล้ว

2 กันยายน 2022
83   0

สถานการณ์โลกของเราวันนี้ หากพิเคราะห์ภาพรวมแล้วจะพบว่า มีเหตุการณ์ต่างๆ ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อมทางกายภาพ และวัฒนธรรมเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยมีความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีมาเป็นตัวเร่งในการ “ดิสรัปต์” การเปลี่ยนแปลงแบบรุนแรงทำลายล้างแบบเฉียบพลัน… ผู้ที่แข็งแรงและปรับตัวทันเท่านั้นจึงจะอยู่รอด…แนวโน้ม หรือที่เรียกว่าเป็นเทร็นด์ของโลกน่าจะมีการดิสรัปต์และจับตามองก็คือ ….ด้านอุบัติภัยต่างๆ ที่เกิดจากธรรมชาตินับวันจะรุนแรงและแผ่กระจายเป็นวงกว้าง อันเนื่องมาจาก “โลกร้อนขึ้น” จึงเกิดการเปลี่ยนแปลงของลมฟ้าอากาศ (Climate Change) อันเนื่องมาจากฝีมือของมนุษย์ก็มีส่วนสำคัญยิ่ง ในอดีตไม่เคยมีก็ได้พบได้เห็นกันในยุคนี้ตามข่าวต่างๆ ที่ปรากฏตามสื่อ จากเคยหนาวก็มาร้อนมากขึ้น จากอุดมสมบูรณ์ก็กลับแห้งแล้ง ที่มาจากอิทธิพลของคลื่นความร้อนหรือ “ฮีตเวฟ” (Heat wave) ถี่ขึ้น ที่มีทั้ง “แบบสะสมความร้อน” ที่มีอุณหภูมิ 38-41 องศาและ “แบบพัดพาความร้อน” จะหอบความร้อนจากท้องถิ่นและทะเลทรายพัดไปยังบริเวณที่อยู่ใกล้เป็นต้น

สำหรับประเทศไทยปีนี้ตั้งแต่เดือน ก.ย.นี้เป็นต้นไปจะมีพายุฝนในรูปแบบต่างๆ เข้ามามากขึ้นทั่วทุกภาคจนเกิดอุทกภัยน้อยใหญ่ตามสภาพภูมิศาสตร์และธรณีสัณฐานแตกต่างกันออกไป ในขณะเดียวกัน การเกิดปราฏการณ์ “ลานินญา”(เปียก/ชื้น) (ตรงข้าม เอลนินโญ-แห้งแล้ง) ที่จะนำฝนมาตกในประเทศไทยด้วยทุกๆ 3-5 ปีสลับกัน จากการผกผันของอากาศโลกบริเวณเส้นศูนย์สูตรเหนือมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งต้องเตรียมรับมือให้ดีเพื่ออยู่กับธรรมชาติให้ได้..ทั้งอยู่รอด..และปลอดภัย !

การดำรงชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ต้องมีความรู้ให้รอบด้าน ทั้งภายในและภายนอกโลกว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้างและมีอะไรที่มีผลกระทบกับเราบ้าง และก็ต้องรับรู้ วิธีคิด และเชื่ออย่างมีสติ…. หลักกาลามสูตร 10 ประการ คำสอนของพระพุทธเจ้า ยังเป็น”สรณะ” (ที่พึ่งที่ยึดเหนี่ยวในวิธีคิด)แห่งชีวิตของผู้คนทุกเพศวัยอยู่เสมอ…ในรอบเดือนที่ผ่านมาเชียงรายมีข่าวคราว มีเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นมากมาย…

เป็นที่น่ายินดีเกี่ยวกับวงการศึกษาไทยว่า เมื่อ 19 ส.ค. ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ. หรือ OBEC (Office of the Basic Education Commission) ที่เชียงรายมี ดร.สมพร สุขอร่าม เป็น ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงราย และ นายคเณศ พงศ์สุวรรณ ผอ.ร.ร.สามัคคีวิทยาคม เชียงราย ได้เข้าร่วมกิจกรรมกับคณะผู้บริหารสถานศึกษา ครู และนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ 7 แห่ง จากหลายจังหวัด ที่เดินทางมาร่วมกิจกรรมโครงการ หลักสูตรเคมบริดจ์ระดับชาติ  ที่ โรงแรมเลอ เมอริเดียน เชียงราย ทั้งนี้เพื่อให้ความรู้และยกระดับคุณภาพการศึกษาในการใช้หลักสูตรต่างประเทศ จากเครือจักรภพอังกฤษ ให้เป็นระดับอินเตอร์ โดยจะมีการจัดเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษเป็นหลัก เมื่อจบหลักสูตรแล้วนักเรียนสามารถเรียนต่อได้ทั้งในและต่างประเทศที่ต้องการ โดยกระบวนการเรียนนั้นจะฝึกให้เด็กรู้จักคิดวิเคราะห์ไม่เน้นการท่องจำเหมือนทั่วๆ ไป

ด้านนายคเณศ ให้คำอธิบายว่า เป็นโอกาสดีที่จังหวัดเชียงรายมีหลักสูตรที่แปลกใหม่ระดับอินเตอร์ หลังวิกฤติโควิด-19 ซึ่งจะเป็นการให้โอกาสนักเรียนทั้งในเชียงราย และจังหวัดใกล้เคียงได้เข้าศึกษาในหลักสูตรนี้ โดยจะเปิดรับนักเรียนในชั้นระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลายต่อไป ในครั้งนี้โรงเรียนสามัคคีวิทยาคมได้เป็นเจ้าภาพงาน OBEC Cambridge school summit 2022 เมื่อ 18-21 ส.ค. 65 ที่ผ่านมา หลักสูตรเคมบริดจ์นี้ ได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี มีคณะผู้บริหาร ครู นักเรียน สังกัดสพฐ. จำนวน 8 โรงเรียน ประกอบด้วย 1.โยธินบูรณะ กทม. 2.สตรีภูเก็ต จ.ภูเก็ต 3.นารีนุกูล จ.อุบลฯ 4.พิชัยรัตนาคาร จ.ระนอง 5.สวนกุหลาบวิทยาลัยนนทบุรี จ.นนทบุรี 6.สวนกุหลาบวิทยาลัยธนบุรี กทม. 7.แก่นนครวิทยาลัย จ.ขอนแก่นและ 8.ร.ร.สามัคคีวิทยาคม จ.เชียงราย ผอ.ร.ร.สามัคคี กล่าว

ครับ…ผู้ปกครองนักเรียนทั้งหลายต้องให้ความสำคัญกับอนาคตของลูกหลานด้วย กับหลักสูตรนี้เพื่อก้าวสู่ระดับอินเตอร์ หลังจากที่เราขาดโอกาสมานานด้วยระบบการศึกษาของไทยที่ไม่เอื้ออำนวยนัก….การที่ ร.ร.ใดจะเข้ามาอยู่ในเครือข่ายของ หลักสูตรนี้ จะต้องผ่านเกณฑ์ต่างๆ ที่ทาง Cambridge กำหนดไว้ เช่น คุณภาพการเรียนการสอน, สภาพแวดล้อมของโรงเรียน, คุณภาพของผู้บริหารโรงเรียน และ Mission & Vision ของโรงเรียนโดยทางโรงเรียนจะได้รับการสนับสนุนต่างๆ จาก Cambridge ทั้งในด้านของวิชาการ และการพัฒนาด้านต่างๆ  …แน่นอนว่าการศึกษาของไทยจะเป็นอย่างไรมีทิศทางอย่างไร “การเมือง” ก็มีส่วนสำคัญยิ่งในการวางวิสัยทัศน์และต้องให้โอกาสแก่ผู้เรียนที่ด้อยโอกาสอย่างเท่าเทียม…ไม่เหลื่อมล้ำเหมือนปัจจุบัน เพราะผลวิจัยพบว่าระบบการศึกษาไทยวันนี้ตกต่ำอยู่ลำดับที่ 8 ของกลุ่มอาเซียน 10 ประเทศนำแต่ลาวและเมียนมาเท่านั้น

หันมาดูการเมืองไทยกันบ้าง…ว่าร้อนแรงขนาดไหนของรัฐบาลชุดนี้ เมื่อ 23 ส.ค. 65 ที่ผ่านมา สายตาของคนไทยผู้สนใจการเมืองต่างลุ้นกันว่า “การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะหมดวาระและสิ้นสุดลงหรือไม่ หลังจากดำรงตำแหน่งมาแล้ว 8 ปี ตามรัฐธรรมนูญฯที่ระบุไว้” ซึ่งมีนักวิชาการและบุคคลต่างๆ มีความเห็นที่แตกต่างกันในการตีความของกฎหมายที่ระบุไว้ในมาตราต่างๆ…รวมทั้งมีการทำโพลและสำรวจความคิดเห็นผ่านสื่อทีวีออนไลน์มากมายว่านายกฯควรอยู่ต่อหรือไม่ อีกทั้งมีการจัดม็อบดาวกระจายสารพัดกลุ่มทั้งคนรุ่น เจน เบบี้บูมเมอร์ เจนx เจนy มีการเคาน์ดาวน์และออกมาขับไล่ และฝ่ายสนับสนุน  จากประชาชนกลุ่มต่างๆ มากกว่า 6 จุด รวมทั้งมีการบุกไปทำเนียบรัฐบาลด้วย เพื่อกดดันให้นายกฯลาออก… ส่วนผลสำรวจดังกล่าวที่ปรากฏออกมาก็ไม่เป็นผลดีกับการคงอยู่ของนายกฯคนปัจจุบันเลยดังที่ทราบกันแล้ว… อาจเรียกได้ว่าเป็น “ศรัทธาที่ตายแล้ว….จากประชาชน” ส่วนหนึ่ง (ขณะเขียนต้นฉบับนี้ 24 ส.ค. 65) ล่าสุดช่วงบ่ายโมง ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 5:4 ให้นายกฯยุติการปฏิบัติหน้าที่ทันที! จนกว่าศาลฯจะพิจารณาเสร็จ …หลังจากนี้ตั้งแต่ ก.ย.นี้ เป็นต้นจนไปมาถึงวันนี้ประเทศไทยจะมีอะไรที่ชวนระทึกใจยิ่ง..!??  

            การเมืองในโลกนี้ไม่ว่าระดับใด… ต่างเป็นความหวังของประชาชนที่จะมีผู้นำที่เก่งและดีในการที่จะมาช่วยพัฒนา เศรษฐกิจ สังคม และ “การศึกษา” ในมิติต่างๆ …เพื่อการนำพาประเทศชาติและสังคมไปสู่ความรุ่งเรือง จึงเป็นภาระอันสำคัญยิ่งของผู้นำ…แต่ถ้าหาก “ผู้นำ” ไร้วิสัยทัศน์ ไร้ความสามารถ ในการแก้ปัญหาต่างๆ และไร้มโนธรรมสำนึก ไม่เคารพกฎกติกาแล้ว…เท่ากับผู้นำคนนั้นได้ ตายไปจากความเชื่อถือ เชื่อมั่น และศรัทธาของประชาชนแล้ว…จะอยู่ไปก็ไร้ค่า…!!!