คอลัมน์ » สถานการณ์โควิดและการฉีดวัคซีนในประเทศไทย

สถานการณ์โควิดและการฉีดวัคซีนในประเทศไทย

10 กันยายน 2021
75   0


วันที่ 8 กย.64
สถานการณ์โควิดทั่วโลก
ยอดผู้ติดเชื้อทั่วโลก 222,718,271 คน
เสียชีวิต 4,598,448 คน
ประเทศไทย
ภาพรวมของการระบาดยังต้องคอยเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่อีก 14,176ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 228คน ยอดผู้ติดเชื้อรวม1,322,519คน (ยอดผู้ติดเชื้อทะลุ1ล้านคนวันที่20สค.64) ปัจจุบันถือเป็นอันดับที่29ของโลก ยอดผู้เสียชีวิตรวม 13,417คน
คนไข้อาการหนัก 4,387ราย ที่ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ 960ราย
ข้อมูลการเสียชีวิต
8กย.64เสียชีวิตเพิ่ม228ราย
เป็นคนอายุ60ปีขึ้นไป 165ราย(72%)
เป็นคนอายุน้อยกว่า60ปี แต่มีโรคเรื้อรัง 42ราย(18%)
รวมสองกลุ่มนี้ 90%
หญิงตั้งครรภ์ 1ราย
จากข้อมูลล่าสุดนี้แสดงให้เห็นความสำคัญของวัคซีนที่จะช่วยลดการ
เสียชีวิต กลุ่มเสี่ยงทั้ง3กลุ่มนี้จึงควรรีบฉีดวัคซีนให้เร็วที่สุด
ข้อมูลการฉีดวัคซีนโควิด
จำนวนการฉีดวัคซีนสะสม วันที่28กพ.-7กย.64
รวม37,461,284 โดส
เข็มที่1ได้25,954,106ราย
เข็มที่2ได้10,900,001ราย
เข็มที่3 ได้ 607,177ราย
-กลุ่มโรคเรื้อรัง7โรค (1. โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง 2. โรคหัวใจและหลอดเลือด 3. โรคไตวายเรื้อรัง 4. โรคหลอดเลือดสมอง 5. โรคอ้วน
6. โรคมะเร็ง 7. โรคเบาหวาน)
เป้าหมาย 5,350,000คน
เข็ม1ได้3,025,889คนเข็ม2ได้1,066,475คน
-กลุ่มอายุ60ปีขึ้นไป
เป้าหมาย 10,900,000คน
เข็ม1ได้5,379,329คน เข็ม2ได้1,807,230คน
-ประชาชนทั่วไป
เป้าหมาย 29,638,000คน
เข็ม1ได้14,856,471คน ฉีดเข็ม2ได้6,026,051คน
-กลุ่มหญิงตั้งครรภ์
เป้าหมาย 500,000คน
เข็ม1ได้51,049คน เข็ม2ได้10,857คน
ข้อมูลหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อโควิด1เมย.ถึง4กย.64
ติดเชื้อรวม3,223ราย
มารดาที่ติดเชื้อได้รับวัคซีน 56ราย
คลอดแล้ว1,731ราย 53.71% คลอดโดยวิธีผ่าตัด 52.69%
พบทารกติดเชื้อ154ราย
มารดาเสียชีวิต73ราย(2.26%) ทารกเสียชีวิต33ราย(1.91%)
แม่ที่ติดเชื้อโควิด
-มีโอกาสเสียชีวิตราว1.85% สูงกว่าคนทั่วไป2.5เท่า(จากระบบการหายใจล้มเหลว เนื่องจากมดลูกโต มีน้ำคร่ำมากขึ้นอาจดันปอดให้ขยายตัวได้ลำบาก)
-เพิ่มอัตราการคลอดก่อนกำหนดและทำให้ทารกเสียชีวิตราว1.8%
-อัตราติดเชื้อจากแม่สู่ลูก11.8%(อาจเกิดจากการถ่ายทอดโดยตรงจากแม่สู่ลูกหรือจากการสัมผัสหลังคลอด)
จึงควรรีบฉีดวัคซีนหลังตั้งครรภ์ครบ12สัปดาห์ ตามคำแนะนำของสูติแพทย์และเจ้าหน้าที่ห้องฝากครรภ์

จากข้อมูลของสาธารณสุขเชียงราย7กย.64
ผู้สูงอายุ
เป้าหมาย221,915คนฉีดได้98,341คน(44.31%)
กลุ่มโรคเรื้อรัง7โรค
เป้าหมาย 83,210คน ฉีดได้29,670คน(35.66%)
หญิงตั้งครรภ์
เป้าหมาย 2,258คน ฉีดได้337คน(14.92%)
รวมทั้ง3กลุ่ม(608)
เป้าหมาย 307,383คน ฉีดได้128,348คน(41.76)
รวมทุกกลุ่ม
เป้าหมาย 770,243คน ฉีดได้261,108คย(33.90%)
จากข้อมูลทั้งหมดจะเห็นว่าเป้าหมายของรัฐบาลที่ตั้งไว้ในการฉีดวัคซีนให้ครบ50ล้านคน ยังห่างไกลมาก ทุกคนจึงควรรีบไปฉีดวัคซีนทันทีที่มีโอกาส (โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงได้แก่มีอายุมากกว่า60ปี มีโรคเรื้อรัง7โรคและหญิงตั้งครรภ์ที่อายุครรภ์มากกว่า12สัปดาห์)
การฉีดวัคซีนโควิดถือเป็นหน้าที่ของทุกคน ไม่จำเป็นต้องเลือกวัคซีนที่ต้องรอ ขอให้เชื่อตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณาสุข

“วัคซีนที่ดีที่สุดคือวัคซีนที่ฉีดได้เร็วที่สุด”

ช่วงนี้ทุกคนต้องอดทน และทำใจที่จะอยู่กับโควิดไปอีกนานพอควร เป็นเช่นนี้เหมือนกันหมดทั่วโลก จึงต้องรักษาสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจให้สมบูรณ์ และปฏิบัติตามคำแนะนำในการป้องกันตัวเองสูงสุดหรือป้องกันครอบจักรวาล(Universal Prevention)

พึงระลึกไว้เสมอว่า
“คนเราเกิดมาเพื่อแบ่งปัน”
(Born to share)
คนมีมากแบ่งปันให้คนมีน้อย คนมีน้อยแบ่งปันให้คนที่มีน้อยกว่า
เราจะผ่านวิกฤติโควิดไปด้วยกัน
ร่วมกันสร้างสังคมอบอุ่นที่มีแต่รอยยิ้มของทุกคน
“ขอบคุณที่เป็นคนดี”

นพ.พิษณุ ขันติพงษ์

วันที่8 กย.64