คอลัมน์ » วิกฤติโควิด-19 เราจะอยู่อย่างไรให้ปลอดภัย?

วิกฤติโควิด-19 เราจะอยู่อย่างไรให้ปลอดภัย?

10 กันยายน 2021
78   0


ในช่วงภาวะวิกฤติ ท่ามกลางข้อมูลข่าวสารที่ออกมามากมายทุกวัน
มีทั้งขัดแย้งหรือสนับสนุนกัน ทำให้เกิดความสับสนวุ่นวาย ขณะเดียวกันการระบาดของโรคก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะควบคุมได้ หลายประเทศยังคงประกาศมาตรการล็อคดาวน์อย่างเข้มงวดแม้ว่าจะฉีดวัคซีนให้กับประชาชนไปมากแล้ว แสดงว่าวัคซีนไม่ใช่คำตอบที่จะหยุดยั้งการระบาดของโรค เหมือนที่เราตั้งความหวังไว้
ไม่กี่วันมานี้เพื่อนแพทย์รุ่นเดียวกันและรุ่นพี่ที่ผมรู้จักรวม3คนต่างก็ติดเชื้อโควิด ต้องนอนรักษาตัวในรพ. คนหนึ่งต้องอยู่ในICUถึง14วันทั้งๆที่ได้รับวัคซีนAstra Zeneca 1เข็มมาเดือนหนึ่งแล้วอีกคนหนึ่งได้รับวัคซีนAstra Zenaca1เข็มตามด้วยPfizerเข็มที่2 ทั้งสามคนบอกว่าได้ระมัดระวังตัวเองตามมาตรการทุกอย่างแล้ว แต่ก็ยังติดได้ จากแม่บ้านและสมาชิกในครอบครัว พบว่าคนในบ้านติดเกือบหมดบ้าน
นักวิชาการหลายคนทั่วโลกต่างทำนายว่าวิกฤติการระบาดของโรคโควิดครั้งนี้จะยังคงอยู่ต่อไปอีกนาน อาจเป็นเป็นปีหรือหลายปี ไม่มีใครบอกได้แน่นอน แล้วเราจะอยู่กันอย่างไรให้ปลอดภัยจากโควิดจึงเป็นคำถามที่ทุกคนต้องการคำตอบ
วิธีหนึ่งที่ศ.เกียรติคุณ นพ.อุดม คุชินทร แนะนำคือการป้องกันแบบครอบจักรวาล (Universal prevention) ซึ่งผมเห็นว่าเป็นแนวทางที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดเพราะเราสามารถทำได้ด้วยตัวเอง ผมได้ยินวิธีการนี้ครั้งแรกเมื่อหลายสิบปีก่อน ช่วงมีการระบาดของโรคเอดส์ เนื่องจากไม่มีใครรู้ว่าคนไข้คนไหนมีเชื้อเอดส์ แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์จึงต้องมีการป้องกันตัวเองทุกรูปแบบและทุกเวลาในขณะที่ทำการตรวจรักษาผู้ป่วยทุกคน เพื่อไม่ให้สัมผัสกับสารคัดหลั่งของผู้ป่วย
ในปัจจุบันผมเชื่อว่าประชาชนทุกคนคงปฏิบัติตัวตามวิถีชีวิตใหม่ ที่ทางสาธารณสุขแนะนำ เพื่อป้องกันไม่ให้ติดเชื้อโควิดหรืออาจเป็นคนแพร่เชื้อเองถ้าติดเชื้อแล้วไม่มีอาการ แต่ในการป้องกันแบบครอบจักรวาลนั้นจะต้องเข้มงวดขึ้นดังนี้
1.ออกบ้านเมื่อจำเป็นเท่านั้น
เนื่องจากเราต้องไปเจอคนอื่นมากมายนอกบ้าน ทั้งคนที่รู้จักและคนแปลกหน้า เราไม่รู้ว่ามีใครติดเชื้อโควิดบ้าง เป็นการเพิ่มโอกาสติดเชื้อ ถ้าจำเป็นจะต้องวางแผนการเดินทางให้ดี มีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน เมื่อเสร็จธุระแล้วรีบกลับบ้านทันที
2.ผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงเช่นผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง ให้เลี่ยงการออกนอกบ้านนอกจากจำเป็น ให้ออกนอกบ้านน้อยที่สุดและใช้เวลาสั้นที่สุด
เนื่องจากคนกลุ่มนี้เมื่อติดเชื้อแล้วจะมีอาการรุนแรง ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจและอาจเสียชีวิตได้ ปัจจุบันในการรับยาต่อเนื่องจะสามารถติดต่อกับแพทย์ผู้รักษาทางโทรศัพท์หรือวิดิโอคอลได้ ทำให้เว้นระยะห่างในการพบแพทย์ได้ ทางรพ.สามารถจัดยาส่งทางไปรษณีย์ได้ เช่นกันถ้าจำเป็นต้องไปรพ.สามารถนัดเวลาที่แน่นอนและเตรียมข้อมูล ผลแลปให้พร้อมจะได้ไม่ต้องใช้เวลาในรพ.นาน เมื่อเสร็จแล้วควรรีบกลับบ้านทันที
3.เว้นระยะห่างจากคนอื่นอย่างน้อย1-2เมตรในทุกสถานที่ ทุกกิจกรรม
เนื่องจากเรารู้แล้วว่าเชื้อโควิดติดต่อได้จากน้ำมูกน้ำลายที่ฟุ้งกระจายเวลาไอจาม ซึ่งการฟุ้งกระจายมักไม่เกินระยะ2เมตร ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยจึงต้องรักษาระยะห่างจากคนอื่นอย่างน้อย1-2เมตรเสมอ
และควรหลีกเลี่ยงไม่ไปในพื่นที่จำกัดหรือสถานที่ ที่มีคนจำนวนมาก จนไม่สามารถเว้นระยะห่างได้
สำหรับร้านค้าร้านอาหาร ผู้ประกอบการจะต้องปฏิบัติตามแนวทางที่กำหนดอย่างเคร่งครัดในการจัดที่นั่งในร้านไม่ให้แออัด ต้องเว้นระยะห่าง1-2เมตรทุกที่นั่ง ถ้ามีลูกค้ามากอาจต้องจัดคิวการให้บริการให้เป็นไปตามระเบียบ
4.สวมหน้ากากอนามัยและทับด้วยหน้ากากผ้าให้หน้ากากทั้งสองชั้นกระชับสนิทกับใบหน้า ปิดทั้งจมูกและปากตลอดเวลาเมื่ออยู่ในสถานที่มีมากกว่า2คน
เราทราบแล้วว่าหน้ากากอนามัยสามารถป้องกันการติดเชื้อโควิดได้ถ้าคนติดเชื้อใส่หน้าการอนามัยจะป้องกันการแพร่เชื้อได้ถึง95% ถ้าคนติดเชื้อไม่ใส่หน้ากากอนามัยแต่คนที่ใกล้ชิดใส่จะสามารถป้องกันการติดเชื้อได้30% แต่ถ้าใส่ทั้ง2คนจะป้องกันได้ถึง98.5% ถ้าอยู่ห่างกัน1-2เมตรจะป้องกันได้100%
อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับชนิดและวิธีการใส่หน้ากากอนามัยด้วย หน้ากากอนามัยชนิดกระดาษที่ใช้กันทั่วไปจะต้องสวมให้ด้านที่มีสีเข้มอยู่ด้านนอกและเอาด้านที่มีเหล็กอยู่บริเวณดั้งจมูก เมื่อใส่แล้วจะต้องกดส่วนที่เป็นก้านเหล็กให้แนบชิดกับดั้งจมูกและโหนกแก้ม จะต้องคลุมทั้งปากและจมูก ใส่สายคล้องหูทั้ง2ข้าง สำหรับหน้ากากผ้านั้นโดยทั่วไปจะไม่มีก้านเหล็กทำให้ใส่ไม่กระชับและการกรองเชื้อโรคจะมีประสิทธิภาพน้อยกว่าแบบกระดาษ ดังนั้นเมื่ออยู่ในพื้นที่ปิดหรือมีคนอื่นจำนวนมากจึงควรใส่หน้ากากอนามัย2ชั้น ใส่ที่เป็นกระดาษอยู่ชั้นในและหน้ากากผ้าชั้นนอก สำหรับในบ้านนั้นควรใช้วิธีนี้กรณีที่บ้านอยู่ในพื้นที่การระบาดรุนแรงหรือมีสมาชิกในบ้านต้องไปทำงานนอกบ้านในพื้นที่เสี่ยง
หน้ากากอนามัยชนิดกระดาษควรใช้แล้วทิ้ง โดยแยกทิ้งใส่ถุงดำมัดปากถุงและติดป้ายว่าเป็นขยะหน้ากากอนามัยหรือม้วนให้เป็นชิ้นเล็กยีดใส่ในขวดน้ำดื่มจนเต็มปิดฝาก่อนนำไปทั้ง หลายพื้นที่จะมีถังเก็บขยะแยกหน้ากากอนามัยชัดเจน ก่อนนำไปทำลายเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อให้คนอื่น
5.หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าที่สวมใส่อยู่ รวมทั้งใบหน้า ตา ปาก จมูกโดยไม่จำเป็น
มีการศึกษาว่าคนเราจับใบหน้าโดยไม่จงใจบ่อยถึง3ครั้งต่อชม. เป็นที่ทราบกันแล้วว่าเชื้อโควิดจะเข้าร่างกายได้ทางท่อน้ำตา รูจมูกและปากจึงเป็นเหตุให้ติดเชื้อได้ จึงต้องฝึกให้รู้ตัวอยู่เสมอ ที่จะไม่ใช้มือขยี้ตา หรือนิ้วมือแหย่จมูกและปาก
6.ล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์หลังสัมผัสวัตถุสิ่งของร่วมกัน ต้องคิดว่ามีคนอื่นที่ติดเชื้อสัมผัสหรืออาจสัมผัสมาแล้ว
เมื่ออยู่ในพื้นที่สาธารณะ มือเราอาจไปสัมผัสพื้นผิววัสดุ เครื่องมือเครื่องใช้ที่มีเชื้อโควิดติดอยู่เช่นลูกบิดประตู ราวบันได พนักเก้าอี้ เรารู้ว่าเชื้อโควิดถูกทำลายได้จากสบู่ล้างมือทั่วไปและ70%แอลกอฮอล์ จึงควรทำความสะอาดมือของเราบ่อยๆโดยเฉพาะเมื่ออยู่นอกบ้าน
7.ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อพื้นผิวที่ถูกสัมผัสบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้หรือสิ่งแวดล้อมด้านกายภาพ
เป็นหน้าที่ของผู้ดูแลอาคารที่อยู่อาศัยหรือพื้นที่สาธารณะ สถานที่ที่ให้บริการ เช่นร้านอาหาร ร้านค้า โรงแรม โรงเรียน จะต้องทำความสะอาดพื้นผิวที่มีการสัมผัสบ่อยเช่นลูกบิดประตู ที่กดลิฟต์ ราวบันได ราวจับข้างผนัง บ่อยๆโดยใช้70%แอลกอฮอล์เช็ดหรือฉีดสเปย์ที่พื้นผิวโดยตรง เนื่องจากราคาไม่แพง ใช้สะดวกและหาซื้อง่าย
8.แยกของใช้ส่วนตัวทุกชนิด ไม่ควรใช้ของร่วมกับคนอื่น
โดยปกติคนรุ่นใหม่มักแยกของใช้ส่วนตัวอยู่แล้ว เช่นผ้าเช็ดหน้าผ้าเช็ดตัว เสื้อผ้า ที่สำคัญคือแก้วน้ำดื่ม ช้อนส้อมที่ใช้รับประทานอาหาร ควรใช้ช้อนกลางส่วนตัว ทั้งนี้เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อแม้ว่าจะอยู่ในครอบครัวเดียวกันก็ตาม ถือว่าทุกคนมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อและแพร่เชื้อได้เสมอ
9.เลือกทานอาหารร้อนหรือที่ปรุงสุกใหม่ๆ ควรแยกรับประทานอาหารกับบุคคลอื่น หรือหากรับประทานอาหารร่วมกัน(สมาชิกในครอบครัวเท่านั้น) ให้ใช้ช้อนกลางส่วนตัว
โดยทั่วไปทุกคนควรทานอาหารที่ปรุงสุกแล้วหรือยังร้อนๆที่ปรุงสุกใหม่ให้มั่นใจว่าปลอดเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย ตลอดจนเชื้อพยาธิ์บางชนิดด้วย ในช่วงนี้ถ้าสามารถแยกสำรับทานของใครของมันจะดีที่สุดเพราะควรรักษาระยะห่าง1-2เมตรเสมอ ถ้าทานในบ้านที่ไม่ได้แยกสำรับควรใช้ช้อนกลางของใครของมันด้วยจะปลอดภัยที่สุด
10.ถ้ามีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อควรแยกตัวจากผู้อื่นประมาณ14วันและตรวจเบื้องต้นด้วยATKหลังการสัมผัสโรคราว3-5วัน ถ้าไม่พบการติดเชื้อให้ตรวจซ้ำอีกครั้งหนึ่งใน3-5วันหรือเมื่อมีอาการ ถ้าผลเป็นบวกให้แจ้งสถานพยาบาลใกล้บ้าน
ถ้าเราทำได้ทั้งสิบประการ ไม่ว่าการระบาดของโควิด19จะอยู่อีกนานเท่าไร เราก็สามารถอยู่ได้อย่างปลอดภัย อย่างไรก็ตามการฉีดวัคซีนถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคนเพราะไม่ว่าเราจะระมัดระวังตัวเองอย่างไรก็มีโอกาสติดเชื้อได้ แม้ว่าไม่สามารถจะป้องกันการติดเชื้อได้100%แต่ลดอาการป่วยหนักหรือเสียชีวิตได้อย่างชัดเจน

พึงระลึกไว้เสมอว่า
“คนเราเกิดมาเพื่อแบ่งปัน”
(Born to share)
คนมีมากแบ่งปันให้คนมีน้อย คนมีน้อยแบ่งปันให้คนที่มีน้อยกว่า
เราจะผ่านวิกฤติโควิดไปด้วยกัน
ร่วมกันสร้างสังคมอบอุ่นที่มีแต่รอยยิ้มของทุกคน
“ขอบคุณที่เป็นคนดี”

นพ.พิษณุ ขันติพงษ์
9 กย.64