คอลัมน์ » การตายอย่างสมศักดิ์ศรี

การตายอย่างสมศักดิ์ศรี

1 ตุลาคม 2020
60   0

(บทความเรื่อง Humanized health care ตอนนี้ผมเขียนขึ้นเป็นกรณีพิเศษเนื่องในโอกาสที่หมอพัชรี ขันติพงษ์เกษียณอายุราชการ ทั้งนี้เพราะหมอพัชรีเป็นผู้ที่ริเริ่มและผลักดันให้โครงการ Palliative care เกิดขึ้นในรพ.เชียงรายประชานุเคราะห์และยังเป็นผู้ที่แปลคำว่า Humanized health care ไว้ว่า “การดูแลผู้ป่วยด้วยหัวใจบนพื้นฐานของความรู้” ซึ่งผมถือว่าสมบูรณ์แบบในความหมายอย่างแท้จริง ผมขอแสดงความชื่นชมในการเป็นแพทย์ที่ดีของคนไข้ เป็นพี่ที่ดีของแพทย์รุ่นน้อง เป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีของทีมงาน เป็นผู้บังคับบัญชาที่ดีของลูกน้อง เป็นผู้บริหารที่ดีของทีมบริหาร เป็นคนดีของเพื่อนๆและเป็นภรรยาที่ดีที่สุดของผม ผมต้องขอขอบคุณแทนคนไข้ ลูกศิษย์และคนที่เคยได้รับการดูแลเอาใจใส่ในเรื่องต่างๆจากหมอพัชรีและเชื่อว่าชีวิตในวัยหลังเกษียณอายุราชการจะทำให้คุณหมอมีความสุขและยังจะทำงานที่เป็นประโยชน์ต่อคนไข้และสังคม อีกทั้งยังเป็นที่พึ่งและที่รักของพวกเราตลอดไป)

การให้บริการด้วยหัวใจนั้นทำได้ไม่ง่ายจำเป็นต้องได้รับการฝึกฝนอยู่อย่างสม่ำเสมอและมีความเข้าใจในการนำเอาใจเขามาใส่ใจเรา เราจะสามารถให้บริการได้อย่างเป็นอัตโนมัติ

ครั้งหนึ่งมีคุณยายซึ่งเป็นคนเก่าคนแก่ของเมืองน่านป่วยอยู่ห้องพิเศษรพ.น่าน ผมจึงเทียวไปเยี่ยมบ่อยๆ เนื่องจากตัวท่านเองหรือบรรดาลูกหลานมักมีเรื่องเก่าแก่เป็นตำนานเมืองน่านเล่าให้ผมฟังอยู่บ่อยๆ เช้าวันหนึ่งเมื่อผมไปเยี่ยมก่อนทำงานท่านเล่าว่าเมื่อคืนท่านนอนไม่หลับเนื่องจากได้ยินเสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด

ตัวท่านเองคิดว่าน่าจะเป็นเสียงของวิญญาณของคนไข้ที่เสียชีวิตแล้วจึงทำให้ใจไม่เป็นปกติกังวลไปต่างๆนาๆแต่ก็ไม่กล้าบอกใครได้แต่นอนสวดมนต์อยู่เงียบๆ ขณะเดียวกันลูกสาวซึ่งนอนเฝ้าคุณแม่ได้ยินเสียงเช่นกันแต่คิดว่าเป็นเสียงของคนไข้ห้องข้างๆจึงสวดมนต์อุทิศส่วนกุศลให้เพื่อบรรเทาความทุกข์ทรมานจากความเจ็บป่วย ผมจึงสอบถามพยาบาลที่กำลังส่งเวรกันอยู่ก็ได้ทราบว่ามีคนไข้คุณตาอายุ82ปีป่วยเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมากระยะสุดท้ายกระจายไปทั่วร่างกาย แพทย์ผู้รักษาได้สั่งยามอร์ฟีนแก้ปวดให้ทุก4-6ชม.แต่คุณตายังร้องครวญครางตลอดคืน ผมได้ไปเยี่ยมคุณตาพร้อมให้กำลังใจญาติๆที่เฝ้าอยู่ คุณตายังร้องครวญครางตลอดเวลาสร้างความทุกข์ระทมกับญาติและผู้ได้ยินเป็นอย่างยิ่งผมได้เข้าไปจับแขนคุณตาและพูดว่าขอให้คุณตาหลับพักผ่อนให้สบาย คุณตาได้ทำหน้าที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว ลูกหลานเติบโตประสบความสำเร็จ ไม่ต้องห่วงอะไรแล้ว ผมจึงรีบปรึกษาแพทย์วิสัญญีเพื่อให้ยาแก้ปวดร่วมกับยานอนหลับทางหลอดเลือดเพื่อให้คุณตานอนหลับอย่างสงบไม่ต้องทนทุกข์ทรมานอีกต่อไป ผมจึงกลับไปห้องคุณยายพร้อมเล่าความจริงให้ฟังว่าเป็นเสียงร้องครวญครางของคุณตาที่ป่วยในระยะสุดท้ายและผมได้ให้การรักษาแล้วคืนนี้คงไม่มีเสียงรบกวนให้เป็นกังวลอีก ตอนเย็นผมแวะไปเยี่ยมก่อนเข้าบ้านพักพบว่าคุณตาหลับส่งเสียงกรนเบาๆญาติทุกคนมีสีหน้าคลายทุกข์ลงพร้อมยกมือไหว้ขอบคุณ ผมจึงได้เข้าไปจับมือคุณตาพร้อมพูดประโยคเดิมเมื่อตอนเช้าเพื่อให้ท่านหลับพักผ่อนอย่างมีความสุข การเดินทางของท่านกำลังจะสิ้นสุดลงแล้ว ผมเข้าไปเยี่ยมห้องคุณยายปรากฏว่าทั้งสองคนต่างกล่าวขอบคุณที่ทำให้ไม่ได้ยินเสียงร้องครวญครางอีกและต่างก็บอกว่าจะสวดมนต์ให้คุณตาเพื่อนห้องข้างเคียงให้จากไปอย่างสงบ ซึ่งคุณตาท่านนั้นก็ได้จากไปอย่างสงบในวันรุ่งขึ้น

ผมได้บอกกับแพทย์ พยาบาลทุกคนว่าเป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องดูแลคนไข้ทุกคนไม่ว่าจะยากดีมีจนหรือเป็นคนชาติใดๆก็ตามให้ดีที่สุดโดยเฉพาะในระยะสุดท้ายของชีวิตจะต้องทำให้จากไปอย่างสงบปราศจากความทุกข์ทรมานใดๆและมีศักดิ์ศรีของความเป็นคน เริ่มตั้งแต่การสร้างความเข้าใจกับญาติๆว่าคนไข้ป่วยอยู่ในระยะสุดท้ายของโรคแล้วจึงไม่ควรที่จะให้การรักษาที่เป็นการรบกวนร่างกายหรือจิตใจของท่านอีก เพื่อให้ได้รับการยินยอมจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน ทั้งนี้จะต้องยึดเอาคนไข้เป็นศูนย์กลาง แต่ถ้าญาติๆไม่ยินยอมก็สมควรทำการรักษาต่อตามสมควร ถ้าญาติเข้าใจก็ให้ปรึกษากับทีมpalliative care(การรักษาแบบประคับประคอง)ของรพ.เพื่อให้การรักษาแบบเป็นขั้นตอนจนกว่าคนไข้จะจากไปอย่างสงบหรือในกรณีที่ทางทีมสามารถทำความเข้าใจกับคนไข้และญาติในการที่นำคนไข้กลับไปรักษาต่อที่บ้าน ผมถือว่าเป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุดเนื่องจากการที่คนเราสามารถตายอยู่บนเตียงที่เคยนอนทุกวัน ในบ้านที่อาศัยมาตลอดชีวิตและจากไปท่ามกลางญาติพี่น้องเพื่อนสนิทมิตรสหายย่อมดีกว่าที่จะตายอย่างโดดเดี่ยวในรพ.ท่ามกลางความสบสนวุ่นวายในการรักษาพยาบาลคนไข้และเสียงเครื่องช่วยหายใจที่ดังรอบๆตัว โดยทางรพ.จะมีเครื่องผลิตออกซิเจน เครื่องฉีดมอร์ฟีนแก้ปวดตามความจำเป็นและยังจัดทีมแพทย์พยาบาลรวมทั้งเครือข่ายออกไปเยี่ยมบ้านอีกด้วย ไม่ได้เป็นการผลักไสไล่ส่งคนไข้ให้ไปตายนอกรพ.เพื่อลดสถิติอัตราตายในรพ. จะต้องไม่มีการบังคับหรือเคี่ยวเข็ญกับญาติแต่ต้องคำนึงถึงความประสงค์ของคนไข้เป็นศูนย์กลาง เราจะได้มีความภูมิใจกับการได้ดูแลคนไข้จนถึงวินาทีสุดท้ายให้สมกับที่เขาได้เกิดมาเป็นมนุษย์คนหนึ่งแม้ว่าต้นทุนชีวิตอาจแตกต่างกันก็ตามแต่เชื่อว่าเขาได้ทำสิ่งดีๆให้เกิดขึ้นบ้างไม่มากก็น้อยตลอดชีวิตของเขา ผมจึงถือเป็นเรื่องสำคัญในการที่จะทำให้คนไข้ทุกคนได้ตายอย่างมีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ เราควรให้เกียรติและดูแลร่างกายของเขาหลังเสียชีวิตให้ดีด้วย ผมขอร้องให้แพทย์ พยาบาล ผู้ช่วยเหลือคนไข้ เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องตลอดจนคนงานเปลต้องเคารพร่างที่ปราศจากวิญญาณของคนไข้ทุกคนไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม เวลาทำความสะอาดร่างกายหรือถอดเครื่องมือทางการแพทย์ออกหลังเสียชีวิต ต้องให้เกียรติทุกครั้งโดยควรทำอย่างนุ่มนวลและควรปิดม่านให้เป็นส่วนตัวด้วย ไม่ใช่ว่าจะเปิดเผยส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายหรือที่ไหนก็ได้เพราะเสียชีวิตแล้ว เช่นกันเวลาเข็นเปลไปห้องเก็บศพก็ต้องเข็นให้ดีไม่ใช่เข็นเหมือนส่งสิ่งของเท่านั้น ต้องคำนึงอยู่เสมอว่าครั้งหนึ่งเขาก็เคยมีชีวิตมีความรู้สึกนึกคิดมีครอบครัวอันเป็นที่รักเหมือนเรา ไม่เว้นแม้แต่คนต่างด้าวที่เข้ามาพึ่งพาการรักษาพยาบาลในรพ.ของเรา การทำความสะอาดร่างกายหรือฉีดยาฟอร์มารีนก็ต้องทำด้วยความเคารพด้วยเช่นกันและจะต้องเช็ดเลือดหรือสารคัดหลั่งต่างๆให้สะอาดอย่างที่สุดเพื่อเป็นการให้เกียรติต่อคนไข้เป็นครั้งสุดท้าย

ขณะเดียวกันผมกำลังปรับภูมิทัศน์บริเวณห้องดับจิต(ห้องเก็บศพ)ซึ่งให้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น”ห้องสุขาวดี”เพื่อให้ดูดีเป็นธรรมชาติ สะอาด สงบและสวยงาม มีสวนหย่อมพร้อมม้าหินให้นั่งเล่น เพื่อให้เห็นว่าการตายนั้นเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต ไม่ให้มีบรรยากาศที่อึมครึม น่ากลัว น่ารังเกียจ ไม่มีใครอยากเดินใกล้ และจะจัดให้มีพื้นที่สำหรับญาติที่ต้องการทำพิธีรดน้ำศพซึ่งทางรพ.ยินดีที่จะดำเนินการให้ ขอเพียงแจ้งให้รพ.ทราบเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกอีกครั้งหนึ่งรวมทั้งการเขียนใบมรณบัตรผมถือเป็นหน้าที่สำคัญที่แพทย์ผู้รักษาจะต้องรีบเขียนให้เร็วที่สุดเพื่อญาติจะได้นำไปดำเนินการตามกฎหมายต่อไป เช่นกันกับโลงศพเราจะมีโลงสำหรับผู้ที่มีความต้องการ ผมจะไม่ให้เรียกว่า “โลงศพอนาถา” เพราะเชื่อว่าไม่ว่าจะยากดีมีจนเพียงใดก็ตามคงไม่มีญาติคนใดจะให้บรรจุคนที่ตายในโลงศพอนาถาอย่างแน่นอน แต่จะเรียกว่าเป็น “โลงศพสำหรับผู้ที่ต้องการ” ราคาแล้วแต่บริจาคให้รพ.ตามกำลัง ผมจะขอให้เป็นโลงที่มีคุณภาพพอสมควรมีผ้าบุข้างในพร้อมกับกระถางธูปที่พร้อมจะนำไปประกอบพิธีได้เลย จะได้ไม่เป็นการรบกวนญาติที่ยังมีชีวิตและให้ผู้ที่ตายไปไม่ต้องห่วงกับค่าใช้จ่ายเหล่านี้

สิ่งเหล่านี้ถ้าเราทำได้จะเป็นการดูแลคนไข้ด้วยหัวใจบนพื้นฐานความรู้อย่างแท้จริง ผมจึงขอความร่วมมือทุกคนในรพ.ได้โปรดปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดให้เกิดเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่ดีงามเพราะสักวันหนึ่งเราก็ต้องตายจากโลกนี้ไปเช่นกัน ขอให้พวกเราได้ภูมิใจในงานที่เราทำ ได้ดูแลคนไข้ตั้งแต่เกิดจนตายอย่างดีที่สุด

ขอขอบคุณทุกคนที่เข้าใจในความสำคัญของงานที่เราได้รับมอบหมายและตั้งใจทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดไม่ว่าใครจะมองว่าบางอย่างเป็นงานที่ต่ำต้อยแต่ขอให้มีความภาคภูมิใจ ถ้าเราได้ทำให้ดีที่สุด งานที่ดูต่ำต้อยก็จะเป็นงานที่สูงส่งสำหรับผู้ที่ได้รับผลของงานนั้น ดังนั้นขอให้เดินยืดอกได้อย่างสง่าผ่าเผยในทุกๆที่ทุกๆเวลา

“ขอบคุณที่เป็นคนดี”

นพ.พิษณุ ขันติพงษ์