คอลัมน์ » ขอบฟ้าแห่งความรู้ 4+4+4 = เก่งดี+สำเร็จ

ขอบฟ้าแห่งความรู้ 4+4+4 = เก่งดี+สำเร็จ

4 กันยายน 2019
759   0

ยุคนี้อะไรต่อมิอะไรมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและรุนแรง…ใครที่ไม่เรียนรู้และปรับตัวไม่ทันกับ “เทคโนโลยี” ก็คงจะอยู่ลำบาก…คำว่าเทคโนโลยี ไม่ได้หมายถึงเฉพาะ คอมพิวเตอร์ มือถือ หรือสมาร์ทโฟน ที่เรารู้จักกัน แต่เทคโนโลยีนั้น หมายถึง เครื่องขยายความสามารถอินทรีย์ของมนุษย์ เป็น “นวัตกรรม” หรือเป็น “สิ่งใหม่” สิ่งที่มนุษย์รู้จักคิด ค้น ประดิษฐ์ นำมาใช้ในการทุ่นแรง ในยุคโบราณ คนรุ่นเก่า อย่างจีน คิดตะเกียบคีบอาหาร  ฝรั่ง คิดเครื่องจักรไอน้ำ คิดหลอดไฟฟ้า ทำแว่นตา  กล้องถ่ายภาพ โทรโข่ง ฯลฯ มาช่วยขยายความสามารถร่างกายของมนุษย์ทั้งนั้น  ให้เราสามารถทำอะไรได้มากขึ้น..จาก “ยุคอะนาล็อก” (Analog) ( เช่น ยุควิทยุมือหมุนหาคลื่นมาเป็นตัวเลขบนหน้าปัด นาฬิกาไขลาน)

จากอดีต…มาจนปัจจุบันพัฒนามาเป็น “ยุคดิจิทัล”(Digital) (ยุคที่เป็นรหัสตัวเลข 0-1- ) แล้วมาเป็นอักษร ภาพเคลื่อนไหว เป็นเสียงในมือถือ ที่อะไรๆ ก็เปลี่ยนแปลงถูกปฏิวัติไปอย่างรวดเร็ว อย่างที่เราทราบกันทั่วไปว่า เป็น “ยุคดิสรัปท์ ” (Disrupt) หมายถึง ขัด ขวาง กีดกั้น การเปลี่ยนแปลง การทำลายล้าง ในหลายเรื่อง ซึ่งมีนักวิชาการได้รวบรวมได้ถึง 12 เรื่อง หรือ “12 Disruptive Innovation”  หรือ Disruptive technologies ในขณะนี้ ต่อไปก็อาจเพิ่มขึ้นทีเหมือนพลิกฝ่ามือ ดังที่เราท่านกำลังพบและใช้บริการของมันอยู่ในปัจจุบัน เช่น จาก คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ทีวีเครื่องใหญ่ในบ้าน  ธนาคารในเมือง ข่าวจากสิ่งพิมพ์ และอื่นๆ ฯลฯ  ทำให้ทุกอย่างดังกล่าว มาอยู่ใน “ มือถือสมาร์ทโฟน” หลากยี่ห้อในปัจจุบันที่ทุกคนมีสิทธิเป็นเจ้าของและใช้งานมันในชีวิตประจำวันอย่างทุกวันนี้ในด้านต่างๆคณานับที่ปรากฏบนออนไลน์ในลักษณะ “เดลิเวอรี่” ส่งถึงที่เร็วรี่…ทันใจ แม้แต่การสั่งอาหารอร่อย ๆ จากร้านดังผ่านมือถือที่เราชอบก็จะมีมอ’ไซค์ส่งให้ได้ตามใจคนสั่งอย่างทุกวันนี้…นี่..เรามาถึงยุคนี้ได้อย่างไร..!!??

ทั้งหมดทั้งปวง..ที่กล่าวมาก็ต้องการให้รู้ว่ามันเกิดมาจากความคิดของมนุษย์เราที่ไม่มีวันสิ้นสุดและไม่มีขอบเขตด้าน “ขอบฟ้าแห่งความรู้” ซึ่งเราทุกคนต้องเรียนรู้และตามมันให้ได้ถึงจะอยู่ในโลกนี้อย่างมีความสุข…ก็คือ “การมีหลัก” ในการตามล่าหาความรู้นั่นเอง…

(ที่มา :  https://pathbrite.com/portfolio/PE03b1PPq/learning-outcome-technologyt/item/PE03b1PPqlPpR7)

…………………………………………

             แม้โลกเราจะเปลี่ยนไปยุคในไหนๆก็ตาม..แต่หลักการในการเรียนรู้ที่เป็นหัวใจสำคัญอย่างที่เราเรียกกันว่า “หัวใจนักปราชญ์” นั้น ยังคงเป็นอมตะไม่เปลี่ยนแปลง..อาจจะเปลี่ยนแปลงเพียงวิธีการเรียนรู้ที่มีเทคโนโลยีมาเกี่ยวข้องเท่านั้น… คำว่า  “ สุ –  จิ –  ปุ –  ลิ ”  ทั้ง 4 ประการนี้ ยังสำคัญทุกกาลเวลาในโลกการเรียนรู้และในการทำงาน

  1. สุ – ย่อมาจากคำว่า “สุตตะ” หมายถึง การฟัง (อย่างเข้าใจ)
  2. จิ – ย่อมาจากคำว่า “จินตะ” หมายถึง การคิด (มีจิตจดจ่อมีจินตนาการ)
  3. ปุ – ย่อมาจากคำว่า “ปุจฉา” หมายถึง การถาม (สิ่งที่สงสัย ใคร่รู้)
  4. ลิ – ย่อมาจากคำว่า “ลิขิต” หมายถึง การเขียน (การจารึก การวาด การบันทึก)

นอกจากนี้ยังมีคำว่า “ อิทธิบาท 4 ” หลักคำสอนพุทธศาสนา มาเป็นตัวเสริมแรงเป็นทางดำเนินไปสู่ความสำเร็จ ประกอบด้วย 1.ฉันทะ คือ มีใจรักในการที่จะทำสิ่งนั้นอยู่เสมอ 2.วิริยะ คือ ความขยันอุตสาหะ พยายามพากเพียรเรียนรู้สิ่งนั้นไม่ท้อถอย 3.จิตตะ คือ ตั้งใจทำ มีใจจดจ่อมีใจเป็นใหญ่ใฝ่ฝันเอาใจใส่ผูกพันเสมอ และ 4.วิมังสา คือ  ทำเข้าใจ ตรึกตรอง ประเมินผล ทำด้วยความพิจารณา หมั่นตรวจสอบ วางแผน วัดผล หาทางแก้ไขปรับปรุงอยู่เสมอฯลฯ

ลองหันมาดูหลักการของ “อิคิไก” ของคนญี่ปุ่นที่เขาใช้เป็นหลักยึดในการทำงานและเรียนรู้และยังเป็นผลดีต่อ “สุขภาพจิตและกาย” สิ่งต่างๆประกอบด้วยปัจจัยที่สร้างความสมดุล ได้แก่ 1.ทำในสิ่งที่ตนรักและปรารถนาและมีความสุขที่ได้ทำสิ่งนั้น  2.สิ่งที่ตนเองทำมานานมีความถนัดมีทักษะและทำได้ดีมีผลงานเป็นประจักษ์ระดับมืออาชีพ 3.สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและกระแสคนในโลกกำลังต้องการให้มี  และ 4.ทำแล้วทำให้เกิดรายได้แก่ตนเองและขายได้มีผู้สนใจสั่งซื้อทั้งการซื้อผ่านทางเน็ตบนตลาดออนไลน์

หลักการของ “อิคิไก” มีว่าเมื่อนำเอา 1+ 2 (สิ่งที่ตนรัก+สิ่งที่ตนเองทำจนมีทักษะ) (เท่ากับ) = ตนจะเกิดความหลงใหลได้ปลื้ม (Passion) เมื่อนำเอา 1+ 3 (สิ่งที่ตนรัก+สิ่งที่เป็นประโยชน์คนในโลกต้องการ) = การเป็นหน้าที่ (Mission) ที่ต้องทำต่อไป   เมื่อนำเอา 3+ 4 (สิ่งเป็นประโยชน์คนในโลกต้องการ+ทำแล้วทำให้เกิดรายได้แก่ตนเองและขายได้) = เป็นวิชาหาเลี้ยงชีพได้ (Vocation)  และ เมื่อนำเอา 2+ 4 (สิ่งที่ตนเองมีความถนัดมีทักษะ+ทำแล้วทำให้เกิดรายได้แก่ตนเองและขายได้) = การเป็นระดับมืออาชีพเป็นผู้เชี่ยวชาญ(Profession)ด้านนั้นๆในที่สุด

ที่กล่าวมาเป็นการเปรียบเทียบให้เห็นว่าจาก สูตร “ 4+4+4 = เก่งดี+สำเร็จ” นี้ อาจพอเป็นแนวทางของผู้ที่ต้องการ “พัฒนาตนเอง” ใน “ขอบฟ้าแห่งความรู้” ให้ไปสู่เป้าหมายแห่งความสำเร็จในสิ่งที่ต้องการในเรื่องต่างๆในโลกยุคนี้หรือยุคหน้า…!!

สุรพล เวียงนนท์