คอลัมน์ » ๓๑ พ.ค. ๒๕๖๓ “วันฟอกลมหายใจเชียงราย” เริ่มที่เชียงราย กระจายสู่จังหวัดอื่น ไหลลื่นสู่อาเซียน กลุ่มรักเชียงรายไร้หมอกควัน

๓๑ พ.ค. ๒๕๖๓ “วันฟอกลมหายใจเชียงราย” เริ่มที่เชียงราย กระจายสู่จังหวัดอื่น ไหลลื่นสู่อาเซียน กลุ่มรักเชียงรายไร้หมอกควัน

30 พฤษภาคม 2020
677   0

ปัญหาหมอกควันถือเป็นมลภาวะทางอากาศเป็นมลพิษของชาวเชียงราย และอีกหลายจังหวัดของประเทศไทยรวมถึงหลายประเทศในอาเซียน พบว่ามีความรุนแรงมากขึ้นทุกปี จนถือเป็นปัญหาสำคัญของกลุ่มประเทศอาเซียนที่ต้องช่วยกันแก้ไขอย่างเร่งด่วน

เนื่องจากวันที่31 พฤษภาคม ของทุกปีถือเป็น “วันงดสูบบุหรี่โลก” กลุ่มรักเชียงรายไร้หมอกควัน (ประกอบด้วยหน่วยงานภาคเอกชน ร่วมกับประชาชนชาวเชียงรายที่เห็นความสำคัญของปัญหาหมอกควัน) จึงถือเอาวันที่31 พฤษภาคม พ.ศ. 2563เป็นวันเริ่มต้นของ “วันฟอกลมหายใจ” เพื่อให้คนเชียงรายเห็นความสำคัญของปัญหาหมอกควัน เริ่มต้นร่วมมือกันในทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษาและภาคประชาชน ช่วยกันแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจังให้ครบวงจร สร้างแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ให้ชาวนาชาวไร่ซึ่งมีบทบาทสำคัญสามารถลดการเผาวัชพืช หันมาใช้วิธีอื่นที่เกิดผลกระทบน้อยและยังสามารถดำรงชีพได้ ทั้งนี้เพื่อให้ชาวเชียงรายได้หายใจเอาอากาศที่บริสุทธิ์เหมือนในอดีตที่ยังมีธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ดี ซึ่งจะต้องทำอย่างต่อเนื่อง ทำในทุกพื้นที่ของประเทศไทยและทุกประเทศในกลุ่มอาเซียน จึงจะสำเร็จอย่างแท้จริง

การที่จะทำให้ลมหายใจของเชียงรายสะอาด บริสุทธิ์จึงจะต้องประกอบไปด้วยการขจัดปัญหาหมอกควันโดยเฉพาะPM2.5 ด้วยการไม่เผาป่าหรือวัชพืชใช้วิธีตัดหญ้าหรือไถกลบ นำใบไม้ เศษวัชพืชมาทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์ ลดการใช้สารเคมีที่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม การงดสูบบุหรี่ที่เป็นอันตรายต่อคนสูบและคนรอบข้าง การเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาดเช่นการใช้รถที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า การใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์หรือลม การรักษาความสมดุลของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้แก่การปลูกป่า ปลูกต้นไม้ในชุมชนให้มากขึ้นเพื่อให้ฝนตกตามฤดูกาลในทุกพื้นที่ รวมถึงการแก้ปัญหาน้ำล้นช่วยน้ำแล้ง เพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร สามารถปลูกพืชได้ตลอดทั้งปี ช่วยให้ชาวนาชาวไร่มีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น ทั้งนี้จำเป็นต้องการแก้ปัญหานี้ไปพร้อมๆกันในทุกด้านและทุกปี

กลุ่มรักเชียงรายไร้หมอกควันกำหนดให้วันที่31พฤษภาคม ของทุกปีเป็น “วันฟอกลมหายใจ” โดยเริ่มต้นที่เชียงราย กระจายสู่จังหวัดอื่น ไหลลื่นสู่อาเซียนบุหรี่ถือเป็นภัยคุกคามต่อลมหายใจของเราอย่างมาก ทำให้ร่างกายของผู้สูบเกิดโรคต่างๆมากมายเป็นต้นว่าโรคถุงลมโป่งพอง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็ง มีผลต่อทารกในครรภ์ทำให้แท้งบุตร เด็กน้ำหนักตัวน้อย คลอดก่อนกำหนด รวมถึงพัฒนาการช้าได้ และยังส่งผลถึงคนข้างเคียงที่อยู่ใกล้ชิดได้รับผลกระทบไปด้วยทั้งที่ไม่ได้สูบบุหรี่ หรือที่เรียกกันว่า “บุหรี่มือสอง” WHO หรือองค์การอนามัยโลก ถือเอาวันที่31พฤษภาคมของทุกปีเป็น “วันงดสูบบุหรี่โลก” (World No Tobacco Day) เริ่มตั้งแต่ พ.ศ. 2531 เพื่อให้เห็นอันตรายของบุหรี่ต่อสุขภาพและโทษของบุหรี่ มีการรณรงค์ให้งดสูบบุหรี่ต่อเนื่องกันมาตลอดแต่ก็ยังไม่ได้ผลเท่าที่ควร

ผมเป็นคนหนึ่งที่เริ่มสูบบุหรี่ตั้งแต่เมื่อเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย ในปี พ.ศ. 2515 แรกๆก็ลองสูบเล่นๆ รู้สึกว่าเท่ห์ดี เพราะสมัยนั้นมีค่านิยมในกลุ่มนักศึกษาว่าลูกผู้ชายที่แท้จริงต้อง “ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ และเที่ยวผู้หญิง” สูบไปได้ระยะหนึ่งแล้วรู้เลยว่ามีผลทางจิตใจมาก เมื่อออกจากห้องเลคเชอร์หรือหลังจากเรียนหนัก เมื่อได้สูบบุหรี่แล้วพ่นควันออกมารู้สึกผ่อนคลาย มีความสุขอย่างมาก ถ้าไม่สูบเริ่มรู้สึกหงุดหงิด จึงทำให้สูบติดต่อมาตลอด ระยะแรกสูบกรุงทองยาวหรือสายฝน เพราะมีก้นกรอง เป็นที่นิยมของนักศึกษา สมัยนั้นซองละ6บาท ระยะหลังเปลี่ยนมาเป็นกรุงทองสั้น (ไม่มีก้นกรอง)ซองละ5บาท สูบวันละ5-10มวน บางครั้งเวลากลับบ้าน 2-3 วันไม่ได้สูบ เพราะกลัวว่าคุณพ่อจะรู้ก็ไม่มีอาการอะไรมากเพียงแค่รู้สึกหงุดหงิดเท่านั้น สูบต่อเนื่องมาจนเรียนจบแพทย์

เมื่อเริ่มทำงานเป็นแพทย์ฝึกหัดที่ รพ.สรรพสิทธิประสงค์ อุบลราชธานี ขณะนั้นสูบกรองทิพย์วันละ 5-10 มวน วันไหนดื่มเหล้ากับเพื่อนๆจะสูบมากขึ้นมวนต่อมวน วันหนึ่งขณะช่วยอาจารย์ศัลยกรรมทำผ่าตัดใหญ่ทางช่องท้อง เมื่อการผ่าตัดดำเนินไปได้ 3 ชม. ผมเกิดอาการมือสั่น ควบคุมไม่ได้ รู้สึกตกใจมาก อาจารย์จึงอนุญาตให้ออกไปพัก ขณะนั้นอยากสูบบุหรี่มาก พอสูบบุหรี่สักพักพบว่าอาการมือสั่นหายไป ผมจึงสรุปว่าอาการมือสั่นนั้นน่าจะเกี่ยวข้องกับบุหรี่ ทำให้ต้องตัดสินใจเลือกว่าจะเป็นขี้ยาหรือหมอผ่าตัด

เย็นวันนั้นปรึกษากับเพื่อนร่วมห้องที่เป็นเพื่อนสนิทเป็นหมอรุ่นเดียวกันและสูบบุหรี่ตั้งแต่เป็นนักศึกษาเช่นกัน ต่างก็มีความเห็นพ้องกันว่าต้องเลิกบุหรี่ เริ่มด้วยการทิ้งบุหรี่และไฟแช็คลงถังขยะทันที แต่น่าขำสุดๆที่กลางดึกต่างคนต่างลุกขึ้นมาค้นถังขยะเพื่อหาไฟแช็ค Zippo อ้างเหตุผลเหมือนกันว่าเลิกบุหรี่ทำไมต้องทิ้งไฟแช็คด้วย ผมยังเก็บไฟแช็คนั้นไว้ถึงปัจจุบันเพื่อเตือนใจว่าครั้งหนึ่งเราสามารถเลิกบุหรี่ได้

ผมกับเพื่อนใช้วิธี”หักดิบ”คือเลิกสูบบุหรี่ทันที ไม่มีการลดจำนวนลงเหมือนบางคน จำได้ว่าช่วงแรกๆนั้นหงุดหงิดมาก ขณะทำงานบางครั้งต้องขออนุญาตกลับมาอาบน้ำที่หอพัก3-4ครั้ง พอตกเย็นหลังเลิกงานจะเล่นกีฬาอย่างหนัก เพื่อให้เหงื่อออกจนท่วมตัวเล่นทั้งตะกร้อและเทนนิส พบว่าทานอาหารได้มากขึ้น หิวบ่อย ยิ่งเวลาอยากสูบบุหรี่จะต้องหาอะไรมาใส่ปากแทน จากประสบการณ์ผมพบว่ามวนที่เลิกยากที่สุดคือหลังทานอาหารทุกมื้อ

คนที่สูบบุหรี่จะรู้เลยว่าหลังทานอาหารอิ่มแล้ว ได้สูบบุหรี่พ่นควันออกมาจะรู้สึกมีความสุขมาก คนใกล้ชิดไม่ต้องเอาอะไรมาเสริฟอีก นอกจากกาแฟ เพราะไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว ดังนั้นเมื่อเลิกบุหรี่จำเป็นต้องหาอะไรมาแทนหลังอาหารผมพบว่าไอศครีมหรือของหวานสามารถทดแทนบุหรี่ได้ ตั้งแต่นั้นมาจะต้องมีไอศครีมหรือของหวานทุกมื้อ ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นมาราว๕กก.หลังเลิกบุหรี่ เมื่อเลิกได้แล้วไม่พบอาการมือสั่นอีกเลย รู้สึกมีความภูมิใจและมั่นใจในตัวเองมากขึ้น

ที่น่าแปลกมากก็คือเมื่อเลิกบุหรี่ได้แล้ว เมื่อมีใครสูบบุหรี่อยู่ใกล้หรือได้กลิ่นบุหรี่จะรู้สึกทนไม่ได้ ทำให้ต้องไปอยู่ไกลๆ จากเพื่อนที่สูบบุหรี่เพราะเหม็นกลิ่นบุหรี่มากจนทนไม่ไหว

ปัจจุบันวงการแพทย์พิสูจน์แล้วว่าบุหรี่มีภัยต่อสุขภาพทั้งคนสูบและคนที่อยู่ใกล้ชิด อีกทั้งมีกฎหมายคุ้มครองคนไม่สูบบุหรี่ ห้ามสูบบุหรี่ในสถานที่ราชการ ร้านอาหาร โรงภาพยนตร์ สวนสาธารณะ และสถานที่ต่างๆอีกมากมาย สร้างความลำบากให้กับคนที่ยังสูบบุหรี่อย่างมาก ยกตัวอย่างเช่นสนามบินทุกแห่งทั่วโลกจะห้ามสูบบุหรี่ อนุญาตให้สูบได้เฉพาะในห้องสูบบุหรี่ หลายแห่งออกแบบเป็นห้องกระจกให้คนข้างนอกมองเห็นได้ เป็นที่รวมตัวของสิงห์อมควัน ทุกชาติทุกภาษา มองดูแล้วเหมือนเป็นกลุ่มคนที่ถูกกักขัง เป็นที่รังเกียจของสังคม ไม่ได้เท่ห์เหมือนในอดีต

ผมถือว่าบุหรี่เป็นมลภาวะที่สามารถแก้ไขได้ด้วยตัวเองเพื่อคนที่เรารัก เพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น อีกทั้งราคาบุหรี่ในปัจจุบันมีราคาแพงมาก เป็นการเผาเงินทิ้งทุกครั้งที่สูบ ถ้าเลิกได้จะเหลือเงินเก็บไว้ใช้ในยามจำเป็นหรือใช้ให้เกิดประโยชน์ดีกว่า

นอกจากนี้พบว่าก้นบุหรี่ที่ยังไม่ดับสนิท ที่ทิ้งโดยนักท่องเที่ยวหรือคนที่หาของป่าขาย เป็นสาเหตุให้เกิดไฟไหม้ป่าเป็นประจำทุกปีทั่วโลก ทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน สร้างมลภาวะเป็นพิษทางอากาศและยังเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างมากด้วย

ผมขอเชิญชวนให้คนที่ยังสูบบุหรี่อยู่ ตัดสินใจเลิกบุหรี่ตั้งแต่วันนี้ซึ่งเป็นวันงดสูบบุหรี่โลกด้วย โดยเฉพาะข้าราชการทหาร ตำรวจ ข้าราชการพลเรือน นักการเมือง ผู้นำชุมชนตลอดจนพระภิกษุ ถ้าสามารถเลิกบุหรี่ได้ จะถือเป็นแบบอย่างที่ดีของชาวบ้านทั่วไป ขอเอาใจช่วยทุกคน ให้เลิกบุหรี่ได้ โดยอาศัยพลังใจที่เข้มแข็ง “หักดิบ” หยุดสูบทันที อดทนสักนิดเพื่อผลดีๆที่จะตามมามากมายเหมือนตัวผมเองที่เอาชนะมาได้แล้ว

หลังเลิกบุหรี่ได้แล้วจะรู้สึกภูมิใจในตัวเอง ที่สามารถเอาชนะใจของเราได้ เพื่อรักษาสุขภาพของเราและคนรอบข้างที่เรารัก และเป็นการเริ่มต้นที่จะทำสิ่งต่างๆอีกมากมายในชีวิตให้สำเร็จได้อย่างแน่นอน ขอให้คนที่ยังสูบบุหรี่ เริ่มต้นงดสูบบุหรี่ตั้งแต่วันนี้ “วันฟอกลมหายใจ” ของชาวเชียงราย

“ขอบคุณที่เป็นคนดี”

นพ.พิษณุ ขันติพงษ์